โครงการ                โรงพยาบาลปลอดภัย  คนไข้มีสุข

 

ผู้รับผิดชอบ         โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช  จังหวัดสุพรรณบุรี  และสมาคมดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA (Fire  And  Rescue  Association)

 

หลักการและแนวคิด

                                ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย  เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน

                                สำหรับลูกจ้าง ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2534

 

                                หมวดที่  1  ข้อกำหนดทั่วไป ข้อ 3 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ เกี่ยวกับการจัด

                                อุปกรณ์ดับเพลิง การเก็บรักษาวัตถุไวไฟและวัตถุระเบิด การกำจัดของเสียที่ติดไฟได้ง่าย การป้องกันฟ้าผ่า  การติดตั้งระบบสัญญาณ

                                แจ้งเหตุเพลิงไหม้ การจัดทำทางหนีไฟ  รวมถึงการก่อสร้างอาการที่มีระบบป้องกันอัคคีภัย

 

                                ข้อ 4 ให้นายจ้างจัดให้มีแผนป้องกันภัยในสถานประกอบการที่เกี่ยวกับการตรวจตรา การอบรม การรณรงค์ป้องกันอัคคีภัย การดับเพลิง

                                 การอพยพหนีไฟ การบรรเทาทุกข์ และการปฏิรูปฟื้นฟู เมื่อเกิดอัคคีภัยขึ้นแล้ว

 

                                หมวด 3 การดับเพลิง ข้อ 14. ให้นายจ้างจัดให้มีอุปกรณ์ดับเพลิง

                                1) ระบบดับเพลิงและอุปกรณ์ประกอบ

                                2) เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ

 

                                ข้อ 15 ให้นายจ้างจัดระบบน้ำดับเพลิงและอุปกรณ์ประกอบ เพื่อใช้ในการดับเพลิง

 

                                จากการประกาศของกระทรวงมหาดไทย โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี  ในฐานะสถานประกอบการขนาดใหญ่

                                 เพราะประกอบด้วยอาคารที่พักผู้ป่วยและอาคารสนับสนุนบริการ รวมทั้งสิ้น 14 อาคาร และเป็นอาคารที่มีตั้งแต่ชั้นเดียวถึง 11 ชั้น

                                  และระยะห่างระหว่างอาคารแต่ละอาคารน้อยมาก เนื่องจากโรงพยาบาลมีเนื้อที่เพียง 15 ไร่ 2 งาน 96 ตารางวาเท่านั้น

                                 หากเกิดอัคคีภัยหรือสาธารณภัยอื่น ๆ จะก่อให้เกิดความเสียหายได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีผู้มารับบริการในแผนกผู้ป่วยนอกเฉลี่ย

                                 วันละ 1,600-1,800 ราย และผู้ป่วยที่ต้องนอนพักรักษาตัวอีกเฉลี่ยวันละ 580 ราย และเมื่อรวมถึงญาติที่มาเฝ้าและเจ้าหน้าที่

                                 ที่ปฏิบัติงานในแต่ละเวรแล้ว รวมถึง 1,000 คน

                                  และเมื่อพิจารณาจากบริการที่โรงพยาบาลต้องดำเนินการมีลักษณะของ

                                -โรงแรม เพราะมีผู้มาพักค้างคืนเป็นจำนวนมาก

                                -โรงอาหาร เพราะต้องประกอบอาหารบริการสำหรับผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่

                                -โรงซักฟอกขนาดใหญ่ ที่ประกอบด้วย เครื่องอบไอน้ำ เครื่องซักผ้า เครื่องรีดผ้า ต้องใช้น้ำยากัดฟอกสี ฯลฯ

                                -หน่วยจ่ายกลาง ที่ต้องเก็บผ้าก๊อส สำลี และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงต้องมีการทำลายเชื้อ โดยการนึ่งด้วยหม้ออบไอน้ำ

                                  และแก๊สอบทำลายเชื้อ

                                -คลังเก็บวัสดุต่าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานของโรงพยาบาล นำไปใช้ เช่น กระดาษชำระ สมุด ผ้าปู ผ้าห่ม สารเคมี เช่น คลอรีน

                                  โซดาไฟ Alcohal น้ำยาล้างฟิลม์ฯลฯ

                                -โรงผลิตน้ำเกลือและยาอื่น ๆ

 

                                 จากลักษณะการให้บริการดังกล่าว โรงพยาบาลเป็นสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย หรือการระเบิดมากกว่า

                                 สถานประกอบการอื่น ๆ ที่มีลักษณะบริการไม่มาก

                                 เช่นนี้ และจากอดีตที่ผ่านมา โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ได้เกิดไฟไหม้ถึง 3 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2527, พ.ศ. 2530 และ พ.ศ. 2535

                                  และเป็นโชคดีที่เป็นไฟไหม้เพียงเล็กน้อย สามารถดับได้ทัน ทำให้เกิดความสูญเสียต่อทรัพย์สินของโรงพยาบาลเท่านั้น

                                 การดำเนินงานป้องกันและระงับอัคคีภัยในโรงพยาบาลที่ผ่านมา มักไม่ได้มีการระบุให้ชัดเจน หรือทำความเข้าใจโดยทั่วถึงกัน ถึงผลดี

                                 หรือประโยชน์ของโครงการที่มีต่อผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ และองค์กร ดังนั้น การป้องกันและระงับอัคคีภัยในโรงพยาบาล ควรจะต้องมี

                                 กลุ่มผู้รับผิดชอบดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเห็นผลที่เกิดขึ้นตามลำดับ คือ

                                1. คนทำงานเกิดความตระหนักในการป้องกันและระงับอัคคีภัยในโรงพยาบาลมากขึ้น

                                2. คนทำงานมีความรู้เรื่อง การดับไฟ การกู้ภัย และการกู้ชีพ รวมถึงทักษะในการใช้เครื่องดับเพลิง การใช้รอกหนีไฟ

                                3. มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการป้องกัน และระงับอัคคีภัยหรือสาธารณสุขอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

ปัจจัยสู่ความสำเร็จ

                                จากแนวคิดโครงการ" โรงพยาบาลปลอดภัย คนไข้มีสุข" ซึ่งเน้นเรื่อง การพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยในโรงพยาบาล รวมถึง

                                การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเหตุการณ์ ด้านอัคคีภัยและสาธารณภัยอื่น ๆ โดยการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลทุกคน

                                การที่จะดำเนินงานให้ประสบผลสำเร็จได้ ต้องอาศัยปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผู้ปฏิบัติงานในเชิงบวก อันได้แก่

                                1. นโยบายของโรงพยาบาลที่เอื้อต่อการดำเนินงาน ซึ่งต้องอาศัยการบริหารจัดการที่เหมาะสม การสนับสนุนของโรงพยาบาล และ

                                    การมีส่วนร่วมผู้ปฏิบัติงานทุกคน และที่สำคัญที่สุดคือ งบประมาณ

                                2. สิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่เอื้อต่อการป้องกันและระงับอัคคีภัย เช่น อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในการดับเพลิง รวมไปถึงสภาพ

                                    ของอาคารสถานที่ต่าง ๆ

                                3. สิ่งแวดล้อมทางสังคม ซึ่งจะส่งผลต่อสภาวะจิตใจ ได้แก่ ความสัมพันธ์ ระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกันเอง และผู้บริหารกับผู้ปฏิบัติงาน

                                4. การส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีความรู้ และตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและระงับอัคคีภัย

                                5. กลุ่มแกนนำ  หรือกลุ่มพลังที่เข้มแข็งในโรงพยาบาล ซึ่งจะเน้นกลไกสำคัญที่ช่วยให้กิจกรรมการดำเนินงาน

                                    โรงพยาบาลปลอดภัย คนไข้มีสุข ในโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี ประสบผลสำเร็จด้วยดีและมีความยั่งยืน

                                6. การจัดการด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย ควรได้รับการสนับสนุนและพัฒนาให้มีขีดความสามารถในการดำเนินงานเชิงรุก ได้แก่

                                    การเป็นวิทยากรสามารถถ่ายทอดความรู้ ให้กับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล

                                7. ความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน ซึ่งรวมถึงการไม่ก่อเหตุเดือดร้อนต่อชุมชน นอกจากนี้การจัดกิจกรรมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เช่น

                                    การอบรมเด็กกู้ชีพ ก็ยังช่วยให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของโรงพยาบาลอีกด้วย

 

เปรียบผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ของโรงพยาบาล ก่อน-หลัง การอบรมเจ้าหน้าที่ (225 คน)

รายการ

ก่อนอบรม

หลังอบรม

1. ความรู้ของเจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับ

 

 

    1.1 การดับไฟ

 

 

          -ภยันตรายจากไฟไหม้

รู้เล็กน้อย

รู้และเข้าใจดีขึ้น

          -การป้องกันและระงับอัคคีภัย

รู้เล็กน้อย

รู้และเข้าใจดีขึ้น

          -ขั้นตอนทั้ง 4 เมื่อมีไฟไหม้

รู้เล็กน้อย

รู้และเข้าใจดีขึ้น

          -หลัก 5 ต้องป้องกันไฟ

รู้เล็กน้อย

รู้และเข้าใจดีขึ้น

    1.2 กู้ชีพ

รู้และทำได้เฉพาะเจ้าหน้าที่

รู้และทำได้และผ่านการ

 

ที่เป็นแพทย์และพยาบาล

ฝึกงานที่ห้อง ER

    1.3 กู้ภัย

 

 

          -การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

ต้องใช้เจ้าหน้าที่เปล

สามารถทำได้ทุกคน

          -การใช้รอกหนีไฟ

ใช้ไม่เป็น

ใช้ได้

          -การใช้เครื่อง  BA

ใช้ไม่เป็น

ใช้ได้

2. การสำรวจอุปกรณ์เตือนภัย อุปกรณ์ส่องกล้อง

เป็นหน้าที่ของแผนกช่าง

เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

อุปกรณ์ดับเพลิง ทางหนีไฟ อุปกรณ์ช่วยชีวิต

 

ที่ปฏิบัติงานในตึกนั้นๆ

และป้ายเตือนความปลอดภัย

 

เป็นผู้สำรวจ

 

 

 

 

 

 

รายการ

ก่อนอบรม

หลังอบรม

3. การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัย

อุปกรณ์ต่าง ๆ มีการติดตั้ง

อยู่ระหว่างการดำเนิน

ขั้นต้นตามมาตรฐานที่กำหนด

พร้อมกับตึก ส่วนตึกเก่า

งาน ติดตั้งให้ได้ตาม

Fire  Extingnisher & Fire  Hose  System)

ไม่ได้ตามมาตรฐาน

มาตรฐานทุกตึก

4. ป้ายสื่อความปลอดภัย (Safety  Sign)

มีน้อยและไม่เป็นรูปแบบ

จัดทำป้ายสื่อความ

 

สากล

ปลอดภัยทุกจุด และมี

 

 

รูปแบบเป็นสากล

5. การจัดตั้งสภาความปลอดภัยของโรงพยาบาล

ไม่มี

มีสภาความปลอดภัย

: บทบาทหน้าที่ และแผนการดำเนินงานอย่าง

 

โดยมีผู้ปฏิบัติงาน

ชัดเจน

 

ระดับปฏิบัติการ

 

 

ดำเนินงานด้านความ

 

 

ปลอดภัยอย่างจริงจัง

 

 

โดยการสนับสนุนของ

 

 

ผู้บริหารโรงพยาบาล

6. แผนฉุกเฉิน (Emergency  Plan &

มีแผนแต่ไม่ชัดเจน และ

มีแผนที่ชัดเจน พร้อม

Evaluation  Drill และการฝึกซ้อมปฏิบัติ

ขาดการฝึกซ้อมปฏิบัติทั้ง

ผู้รับผิดชอบในทุก

 

ระดับโรงพยาบาลและ

ขั้นตอนและมีการฝึก

 

หน่วยงาน

ซ้อมอย่างจริงและเป็น

 

 

รูปกระทำ

7. อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น

 

 

    -สายส่งน้ำดับเพลิง

ไม่มี

อยู่ระหว่างดำเนินการ

    -ถังดับเพลิง CO2 (สำหรับซ้อม)

ไม่มี

จัดซื้อด้วยงบประมาณ

    -SCBA

ไม่มี

จากเงินบำรุงของ

    -รอกหนีไฟ

ไม่มี

โรงพยาบาล

    -Soft  streteher

ไม่มี

 

8. คู่มือการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ไม่มี

มี จัดทำโดยสภาความ

ของโรงพยาบาล (ธรรมนูญความปลอดภัย)

 

ปลอดภัย โดยใช้งบ

 

 

ประมาณจากการรับ

 

 

บริจาค จัดพิมพ์จำนวน

 

 

2,000 เล่ม สำหรับ

 

 

เจ้าหน้าที่ทุกคนได้ศึกษา

 

 

 

รายการ

ก่อนอบรม

หลังอบรม

9. การฝึกเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นวิทยากร โดยด้วย

ไม่เคยมี

-ส่งเจ้าหน้าที่ไปฝึกการ

การสนับสนุนของวิทยากรจาก FARA

 

ใช้รอกหนีไฟที่

 

 

โรงพยาบาลพญาไท 1

 

 

3  คน

 

 

-ฝึกเจ้าหน้าที่ให้เป็น

 

 

ERT ครู เพื่ออบรม

 

 

เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล

 

 

ร่วมกับวิทยากรมืออาชีพ

 

 

ตั้งแต่ รุ่น 2 และ 3

10. การจัดระเบียบคนหมู่มากเมื่อเกิดเหตุ

ไม่เคยรู้

ผู้รับการอบรมทุกคน

 

 

สามารถรู้วิธีการออก

 

 

คำสั่งและสามารถ

 

 

ปฏิบัติได้

 

 

 

 

ปัญหาอุปสรรค ในการดำเนินงานที่ผ่านมา

                1.  เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลบางสวนเคยได้รับการอบรมความรู้เกี่ยวกับการดับไฟและการใช้อุปกรณ์ดับไฟ จากหน่วยบรรเทาสาธารณภัย

                     ของเทศบาลแต่ไม่สามารถบริหารจัดการด้านอัคคีภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                2. เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่ไม่ใช่แพทย์และพยาบาล ไม่มีความรู้เรื่อง กู้ชีพและอุปกรณ์ต่าง ๆ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในโรงพยาบาลก็ตาม

                3. โรงพยาบาลยังขาดความพร้อมในการป้องกันและระงับอัคคีภัยทั้งด้านตัวเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ดับเพลิง ทางหนีไฟ ตลอดจนแผนป้องกันและ

                    ระงับอัคคีภัยที่มีประสิทธิภาพ

                4. โรงพยาบาลยังขาดอุปกรณ์ในการฝึกซ้อม ในการฝึกซ้อม 3 ครั้ง ที่ผ่านมา ต้องขอยืมอุปกรณ์ของสมาคมดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA

                     เกือบทุกอย่าง เช่น ชุดดับเพลิง เครื่องช่วยหายใจ SCBA รอกหนีไฟ หัวฉีดและสายส่งน้ำ Soft  stretcher  เป็นต้น

                5. งบประมาณ จากสถานการณ์การเงินของโรงพยาบาลพบว่า อาจจะไม่เพียงพอที่จะจัดการอบรมเรื่อง การดับไฟ กู้ภัย กู้ชีพและ

                     การฝึกซ้อมให้กับเจ้าหน้าที่ได้ครบทุกคน ซึ่งจะเป็นผลเสียอย่างมาก ถ้าเกิดอัคคีภัยหรือสาธารณภัยอื่น ๆ ในโรงพยาบาลแล้วเจ้าหน้าที่

                    ไม่สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยหรือตัวเองได้ การอบรมแต่ละรุ่นต้องอบรมครบ 3 หลักสูตร ต้องใช้เวลา 15 วัน

                     ค่าใช้จ่ายในการอบรมและการฝึกซ้อมที่ผ่านมา ได้ใช้งบประมาณไปแล้ว 600,000 บาท ดังนั้นเมื่อต้องอบรมให้กับ เจ้าหน้าที่อีก 925 คน

                     อาจทำให้ไม่มีงบประมาณเพียงพอ

                6. สิ่งที่สำคัญ คือ การเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัย ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน HA ของ พรพ. ซึ่งโรงพยาบาลได้ตั้งเป้าหมาย

                    ไว้ว่าจะทำการพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐาน HA เพื่อขอรับรองเป็นโรงพยาบาลคุณภาพ

                7.  การให้ความสำคัญต่อการลงทุนในการป้องกันการเกิดอัคคีภัย หรือสาธารณภัย ยังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเท่าที่ควร

 

ปัจจัยที่ขอเข้าร่วมโครงการ “โรงพยาบาลปลอดภัย คนไข้มีสุข” ของสมาคมดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA

 

                1. เพื่อพัฒนาระบบความปลอดภัย โดยเฉพาะด้านการป้องกันระงับอัคคีภัยและการช่วยชีวิตตาม ยุทธศาสตร์บันได 12 ขั้น

                    เพื่อความยั่งยืนและมั่นคง

                2. สมาคมดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA ยังเป็นหน่วยงานฝึกอบรมดับเพลิงขั้นต้น และหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ

                     เพื่อดำเนินการตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ เพื่อความปลอดภัย

                    ในการทำงานสำหรับลูกจ้าง และได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ตามใบรับรองที่ F 490302

                3. สมาคมดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจัดตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เมื่อ

                    วันที่ 31 ตุลาคม 2540 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

                                1. เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสมาชิก ทั้งในและนอกประเทศเกี่ยวกับความรู้ เทคโนโลยีและขบวนการเผยแพร่

                                    รณรงค์ความปลอดภัย และการช่วยชีวิต

                                2.  ผลิตบุคลากร สอนเรื่อง ความปลอดภัยอย่างมีวิสัยทัศน์และคุณธรรม

                                3. ปลูกฝังจิตสำนึกเยาวชน  ด้านความปลอดภัย  ด้วยโครงการเยาวชนอาสาสมัครบรรเทา  สาธารณภัย “เด็กกู้ชีพ”

                                4. ร่วมมือกับนานาชาติ  เพื่อพัฒนาการอบรมด้านความปลอดภัยและบรรเทาสาธารณภัย

                4. เป็นองค์กรเอกชนที่ไม่หวังผลกำไร ดำเนินกิจกรรมด้านการเผยแพร่ความรู้ และผลิตครูด้านการดับเพลิง การกู้ภัย การช่วยชีวิต และ

                    ความปลอดภัยทุกสาขาให้กับสาธารณชนทั้งในและนอกประเทศ โครงการได้เปล่าที่เป็นโครงการหลักคือ

                                1. โครงการ “เด็กกู้ชีพ” เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในเยาวชน

                                2. โครงการ “เสริมความปลอดภัยให้คนพิการ” เพื่อฝึกอบรมคนพิการทุกประเภทให้สามารถดูแลความปลอดภัยให้ตนเองได้

                5. เป็นสมาคมที่ได้รับความร่วมมือจากสถาบันการช่วยชีวิตฉุกเฉินประเทศสิงคโปร์ EFAR Emergencies First aid and Rescue

                     สถาบันการช่วยชีวิตฉุกเฉิน RAYAMARS ประเทศมาเลย์เซีย ซึ่งร่วมกันก่อตั้ง สมาพันธ์การช่วยชีวิต ดับเพลิงและกู้ภัยแห่งเอเซีย

                     APFA Asia Pre-hospital and Fire Rescue Federation Association

                6. สมาคมดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA ใช้มาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย FARA-FS (Fire  Safety) Certified  เป็นมาตรฐาน โดย

                   นำมาตรฐานของสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติ ของอเมริกา NFPA : National  Fire  Protection  Association มาประยุกต์ใช้ 

                   และใช้มาตรฐานการช่วยชีวิตนอกโรงพยาบาล Pre-Hospital Care จาก ACAP Australian College of Ambulance Professional

                7. การดำเนินกิจกรรมของ  FARA  ใช้งบประมาณจากประชาชนผู้บริจาคเงินค่าตอบแทนวิทยากร เข้า

                   "กองทุนเผยแพร่ความรู้ด้านการดับเพลิงและช่วยชีวิต"

                8. FARA ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ภายในประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น มูลนิธิร่วมกตัญญู  กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

                    ศูนย์กู้ชีพนเรนทร สถาบันพัฒนาแล รับรองคุณภาพโรงพยาบาล

                9. นอกจากนี้ FARA ยังได้รับความเชื่อถือจากองค์กรต่าง ๆ ถึง 100 กว่าองค์กร ที่ขอเข้าร่วมโครงการรับรองมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย 

                    FARA – FS  Certified

                10. นายกก่อตั้งและประธานฝ่ายวิชาการและบริหาร (CEO) คือ อาจารย์คณาทัต  จันทร์ศิร เป็นผู้เชี่ยวชาญทีมี่ทั้งความรู้และ

                       ประสบการณ์ ในการบริหารเหตฉุกเฉิน  การ ดับไฟ กู้ภัย กู้ชีพ นอกจากนี้ อาจารย์คณาทัต ยังทำหน้าที่เป็นวิทยากรที่ให้ความรู้

                       และฝึกทักษะในด้านต่าง ๆ โดยผ่านการศึกษาและอบรมจากสถาบันการดับเพลิงและช่วยชีวิตจากหลายๆประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น อังกฤษ

                       ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย จีน เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ ฯลฯ ด้วยประสบการณ์ที่มากมาย มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและ

                       ความเหนื่อยยากต่าง ๆ เสียสละ  อดทน ประกอบด้วยภาวะผู้นำและบุคลิกภาพ ที่น่ายกย่องนับถือ ตลอดจน ความจริงใจของ

                       อาจารย์คณาทัต จันทร์ศิริ ก่อให้เกิดความเลื่อมใส ศรัทธา และอยากทำงานร่วมด้วย เพื่อช่วยกันเสริมสร้าง อุดมการณ์ การพัฒนา

                       ความปลอดภัยด้านอัคคีภัยอย่างยั่งยืน ต่อไป โดยยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ

               จากเหตุผลดังกล่าว จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ขอเข้าร่วมโครงการ

                “โรงพยาบาลปลอดภัย คนไข้มีสุข”  ของสมาคมดับเพลิงและช่วยชีวิต  FARA

 

วัตถุประสงค์

                1. เป็นศูนย์ฝึกอบรมการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยของโรงพยาบาล ในเขตภาคกลาง

                2. สร้างเครือข่ายความปลอดภัย ด้านอัคคีภัย และระงับอัคคีภัย รวมถึงสาธารณภัยอื่น ๆ ทั้งในจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง

                3. วางระบบการป้องกันการเกิดอัคคีภัยและสาธารณภัย ตลอดจนการฝึกซ้อม เพื่อเตรียมความพร้อม เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

                4. เพื่อให้ผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่ทุกคนมีความมั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดอัคคีภัย และสาธารณภัยอื่น ๆ ในโรงพยาบาล

 

กลุ่มเป้าหมาย

                1. เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจำนวน               925         คน

                2. โรงพยาบาลในจังหวัดสุพรรณบุรี               9              แห่ง

                3. โรงพยาบาลในจังหวัดใกล้เคียง                  8              แห่ง

 

วิธีดำเนินการ

                1. จัดทำโครงการเพื่อของบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานสร้างเสริมสุขภาพหรือหน่วยงานที่เห็นความสำคัญ

                2. จัดการอบรม ตามยุทธศาสตร์บันได 12 ขั้น ร่วมกับสมาคมดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA

                                ระยะที่  1  อบรมเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลในหลักสูตร ดับไฟ กู้ชีพ กู้ภัย ให้ครบทั้ง 925 คน

                                                   อบรมเข้ม  เพื่อคัดเลือกเจ้าหน้าที่เป็น  ERT  ครู

                                ระยะที่  2  เป็นพี่เลี้ยงอบรมให้กับโรงพยาบาลในจังหวัดสุพรรณบุรี

                                                1. โรงพยาบาลทั่วไปสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17

                                                2. โรงพยาบาลชุมชนสามชุก

                                                3. โรงพยาบาลด่านช้าง

                                                4. โรงพยาบาลชุมชนเดิมบางนางบวช

                                                5. โรงพยาบาลชุมชนศรีประจันต์

                                                6. โรงพยาบาลชุมชนดอนเจดีย์

                                                7. โรงพยาบาลชุมชนบางปลาม้า

                                                8. โรงพยาบาลชุมชนหนองหญ้าไซ

                                                9. โรงพยาบาลชุมชนอู่ทอง

                                ระยะที่  3  เป็นพี่เลี้ยงอบรมให้กับโรงพยาบาลจังหวัดใกล้เคียง

                                                1. โรงพยาบาลทั่วไปพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี

                                                2. โรงพยาบาลชุมชนบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี

                                                3. โรงพยาบาลชุมชนเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี

                                                4. โรงพยาบาลห้วยกระเจา  จังหวัดกาญจนบุรี

                                                5. โรงพยาบาลทั่วไปอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง

                                                6. โรงพยาบาลชุมชนวิเศษไชยชาญ จังหวัดอ่างทอง

                                                7. โรงพยาบาลชุมชนลาดบัวหลวง จังหวัดอยุธยา

                                                8. โรงพยาบาลชุมชนผักไห่  จังหวัดอยุธยา

 

ระยะเวลาดำเนินการ         3   ปี

งบประมาณ                          จากเงินสนับสนุนจาก  สสส. หรือหน่วยงานที่เห็นความสำคัญ

                                                 จำนวน  ......................  บาท

 

ประโยชน์ของการดำเนินงาน

                ตามพระราชบัญญัติป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2542 ได้กล่าวถึงความหมาย “ป้องกันอัคคีภัย” ว่าการดำเนินการเพื่อมิให้เกิดเพลิงไหม้

                 และให้หมายความรวมถึงการเตรียมการเพื่อรองรับเหตุการณ์เมื่อเกิดเพลิงไหม้ด้วย และ “ระงับอัคคีภัย” หมายความว่า การดับเพลิงและ

                 การลดการสูญเสียชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการเกิดเพลิงไหม้

                โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช  จังหวัดสุพรรณบุรี  ได้ดำเนินการอบรมบุคลากร เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตาม พรบ. ป้องกันและระงับอัคคีภัย

                พ.ศ. 2542 ได้ให้ความหมายไว้ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของคนทำงานทุกคน นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนางานด้านอื่น ๆ

                 อย่างต่อเนื่องต่อไป ประโยชน์ของการดำเนินงาน โครงการ “โรงพยาบาลปลอดภัย คนไข้มีสุข” นอกจากจะช่วยให้ผู้รับบริการ

                 และเจ้าหน้าที่ทุกคนเกิดความมั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแล้วยังผลให้

                1. เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกันเอง และระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับผู้บริหาร นับเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนางานด้านอื่น ๆ

                    ของโรงพยาบาลต่อไป

                2. เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งรวมถึงการเกิดขวัญและกำลังใจในการทำงาน นำไปสู่การเพิ่มผลผลิต หรือการทำงาน

                    มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

                3. เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของสถานที่ทำงานและโรงพยาบาล

                4. เกิดความร่วมมือและความสนับสนุนจากองค์กรภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน

                5. บุคลากรของโรงพยาบาลทุกคน รู้จักการดับไฟ กู้ภัย และกู้ชีพ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                6. เยาวชนที่ได้รับการอบรม “เด็กกู้ชีพ” เกิดทัศนคติที่ดีต่อการช่วยเหลือบุคคลอื่น ๆ ที่ตนสามารถช่วยเหลือได้ เป็นแบบอย่างของ

                    เยาวชนที่ดีต่อไปในอนาคต

                7. ประเทศชาติได้โรงพยาบาลที่มีคุณภาพ ลดภาระในการพึ่งพารัฐ ส่งผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคม โดยรวมอย่างยั่งยืน

                8. เป็นการเตรียมระบบตอบโต้ภาวะฉุกเฉินที่มีทั้ง นโยบายและแผน, บุคลากร(ERT),  อุปกรณ์และสถานที่, การอบรมและฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

                    โดยมีครูฝึกเป็นของหน่วยงานเอง

 

ผู้รับผิดชอบโครงการ         โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช  สุพรรณบุรี

 

 

ผู้เสนอโครงการ

 

………………………………………….

(นางณัฎฐากร  โกมลมาลัย)

ประธานสภาความปลอดภัย โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช

 

ผู้อนุมัติโครงการ

 

………………………………………….

(นายชัชรินทร์  ปิ่นสุวรรณ)

ผู้อำนวยการโรงพยาบาล

 

Home page