สัญลักษณ์ที่ติดบนภาชนะบรรจุสารเคมีและวัตถุอันตราย

Hazardous Material

(A28)

 

สัญลักษณ์

ความหมาย

ความเสี่ยงอันตราย

img4.gif

 

 

วัตถุระเบิด

 

ระเบิดได้เมื่อถูกกระแทกเสียดสี หรือถูกความร้อนเช่น ทีเอ็นที ดินปืน ดอกไม้ไฟ

 

 

- รังสีความร้อน

- แรงอัดอากาศ

- สะเก็ดระเบิด

img5.gif

 

 

ก๊าซไวไฟ

 

ติดไฟง่ายเมื่อถูกประกายไฟ  ก๊าซหุงต้ม ก๊าซไฮโดรเจน ก๊าซมีเทน ก๊าซอะเซทีลีน

 

 

- รังสีความร้อน

- แรงอัดอากาศ

- สะเก็ดเศษชิ้นส่วนภาชนะบรรจุ

- อาจเกิดภาวะขาดออกซิเจน

img6.gif

 

ก๊าซไม่ไวไฟและไม่เป็นพิษ

 

ไม่ไวไฟ ไม่เป็นพิษ แต่อาจเกิดระเบิดได้ หากภาชนะบรรจุถูกกระแทกอย่างแรง หรือได้รับความร้อนสูงจากภายนอก เช่น ก๊าซออกซิเจน ก๊าซไนโตรเจนเหลว ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

 

 

- เกิดบาดแผลเนื่องจากสัมผัสของเหลว เย็นจัด

- แรงอัดอากาศ

- สะเก็ดเศษชิ้นส่วนภาชนะบรรจุ

img7.gif

 

 

ก๊าซพิษ

 

อาจตายได้เมื่อสูดดม เช่น ก๊าซคลอรีน ก๊าซแอมโมเนีย ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์

 

 

- เป็นพิษหรือกัดกร่อน

- แรงอัดอากาศ

- สะเก็ดชิ้นส่วนภาชนะบรรจุ

- อันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

img8.gif

 

 

ของเหลวไวไฟ

 

ลุกติดไฟง่ายเมื่อถูกประกายไฟ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง  ทินเนอร์  อะซิโตน ไซลีน

 

 

- รังสีความร้อน

- สะเก็ดเศษชิ้นส่วนภาชนะบรรจุ

- อันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

img9.gif

 

 

ของแข็งไวไฟ

 

ลุกติดไฟง่าย เมื่อถูกเสียดสี  หรือได้รับความร้อนสูง ภายใน 45 วินาที เช่น ผงกำมะถัน ฟอสฟอรัสแดง ไม้ขีดไฟ

 

 

- อาจก่อให้เกิดการระเบิดของผงฝุ่นสารเคมี

- เมื่อลุกไหม้จะสลายตัวให้ก๊าซพิษ

img10.gif

 

 

วัตถุที่เกิดการลุกไหม้ได้เอง

 

ลุกไหม้ได้เองเมื่อสัมผัสกับอากาศภายใน 5 นาที เช่น ฟอสฟอรัสขาว ฟอสฟอรัสเหลือง โซเดียมซัลไฟด์

 

 

- เมื่อลุกไหม้จะสลายตัวให้ก๊าซพิษ

- เกิดการลุกไหม้อย่างรุนแรงและมีความร้อนสูง

img11.gif

 

 

วัตถุที่ถูกน้ำแล้วให้ก๊าซไวไฟ

 

ถูกน้ำแล้วให้ก๊าซไวไฟหรือลุกติดไฟได้เองเช่น แคลเซียมคาร์ไบต์ โซเดียม ลิเธียม แมกเนเซียม

 

 

 

- ทำปฏิกิริยารุนแรงกับน้ำ

img12.gif

 

 

วัตถุออกซิไดส์

 

ไม่ติดไฟ ไม่ระเบิด แต่ช่วยให้สารอื่นเกิดการลุกไหม้ได้ดีขึ้น เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ โปแตสเซียมคลอเรต  แอมโมเนียไนเตรท

 

 

- เมื่อทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ อาจเกิด การระเบิดหรือลุกไหม้

- เมื่อได้รับความร้อนสูงอาจสลายตัวให้ก๊าซพิษ

img13.gif

 

ออร์แกนิคเปอร์ออกไซด์

 

อาจเกิดระเบิดได้เมื่อถูกความร้อน เสียดสี หรือถูกกระแทกอย่างรุนแรง และสามารถทำปฏิกิริยารุนแรงกับสารอื่น ๆ  เช่น อะซิโตนเปอร์ออกไซด์ เมทิลเอทิลคีโตนเปอร์ออกไซด์ ไดเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์

 

 

- ไวต่อการระเบิดเมื่อถูกกระแทกหรือเสียดสี

- ทำปฏิกิริยารุนแรงกับสารอินทรีย์

- เมื่อลุกติดไฟจะเกิดการเผาไหม้อย่างรวดเร็ว

img14.gif

 

วัตถุมีพิษ

 

ของแข็งหรือของเหลวปริมาณเล็กน้อยอาจทำให้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากการกิน สูดดม  หรือสัมผัสทางผิวหนัง  เช่น อาร์ซีนิค ไซยาไนด์ ปรอท สารกำจัดศัตรูพืชโลหะหนักเป็นพิษ

 

 

 

- เป็นพิษ

- อันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

img16.gif

 

วัตถุติดเชื้อ

 

วัตถุที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนและอาจทำให้เกิดโรคได้ เช่น ขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาล เข็มฉีดยาใช้แล้ว เชื้อโรคแอนแทรกซ์ แบคทีเรีย ไวรัส

 

 

- แพร่เชื้อโรค

- อันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

img15.gif

 

 

วัตถุกัมมันตรังสี

 

วัตถุที่สามารถแผ่รังสีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น โคบอลต์ เรเดียม พลูโตเนียม ยูเรเนียม

 

 

- เป็นอันตรายต่อผิวหนัง

- มีผลต่อเม็ดเลือด

img17.gif

 

วัตถุกัดกร่อน

 

สามารถกัดกร่อนผิวหนังและเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น กรดเกลือ กรดกำมะถัน โซเดียมไฮดรอกไซด์ แคลเซียมไฮเปอร์คลอไรด์

 

 

- กัดกร่อนผิวหนังและระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ

- ทำปฏิกิริยากับโลหะทำให้เกิดก๊าซไวไฟ

- อันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

img18.gif

 

วัตถุอื่น ๆ ที่เป็นอันตราย

 

สารและสิ่งของที่ในขณะขนส่งมีความเป็นอันตรายและไม่จัดอยู่ในประเภท 1 ถึง 8 หรือสารที่มีการควบคุมอุณหภูมิในขณะขนส่งไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียสในสภาพของเหลว หรือ

มีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 240 องศาเซลเซียสในสภาพของแข็ง เช่น ยางมะตอยเหลว กำมะถันเหลว ขี้เถ้าจากเตาหลอมโลหะ

 

 

- อาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพ

- อาจก่อให้เกิดความเป็นพิษ

- อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

 

 

NFPA National Fire Protection Association

 

img3.gif

 

การดำเนินการเบื้องต้นเมื่อเกิดอุบัติภัยจากสารเคมี

 

    เมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ว่าจะเป็นเหตุที่เกิดจากการหก  รดรั่วไหล  เพลิงไหม้หรือการระเบิดของสารเคมีในระหว่างการขนส่ง หากท่านอยู่

    ใกล้จุดกิดเหตุมากที่สุด  หรือเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์เป็นคนแรก  สิ่งที่ท่านควรดำเนินการมีดังต่อไปนี้

    1.) มองหาผู้บาดเจ็บหรือหมดสติในบริเวณที่เกิดเหตุอย่างระมัดระวัง  ในระยะห่างอย่างน้อย 50 เมตร ทางด้านเหนือลม  หากประเมินสถานการณ์

    แล้วว่าสามารถเข้าช่วยผู้บาดเจ็บหรือหมดสติได้  โดยไม่มีความเสี่ยงอันตรายใด ๆ ให้รีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปอยู่ในที่อากาศบริสุทธิ์ทันที

    2.)  รีบแจ้งหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินของท้องที่  ได้แก่ตำรวจดับเพลิง หรือศูนย์ประสานงานภาวะฉุกเฉินของท้องที่  เพื่อให้ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับ

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ได้แก่

      - สถานการณ์ที่เกิดเหตุแน่นอน

      - ประเภทของรถบรรทุกหรือลักษณะรูปร่างของภาชนะบรรจุสารเคมี

      - สัญลักษณ์หรือป้ายที่แสดงถึงชนิดของสารเคมี

      - หมายเลขสหประชาชาติ (UN  number) ตัวเลข 4 หลักที่ติดบนภาชนะบรรจุ หรือข้างรถ

      - ชื่อของบริษัทขนส่งและหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินที่ติดข้างรถ

      - มีไฟไหม้ หรือสารเคมีรั่วไหลในที่เกิดเหตุหรือไม่  โดยสังเกตจากกลุ่มควันหรือกลิ่น

      - จำนวนผู้บาดเจ็บ  และร่องรอยความเสียหาย

      - สภาพแวดล้อมใกล้เคียง  ได้แก่ แหล่งน้ำ  ชุมชน  โรงพยาบาล โรงเรียน  เป็นต้น

    3.)  เข้าสู่ที่เกิดเหตุทางด้านเหนือลม  อย่าจอดรถในที่ที่เป็นทางผ่านของสารเคมีที่รั่วไหล  อย่าขับรถผ่านกลุ่มควันสารเคมี  ให้ระลึกเสมอว่า

    ยานพาหนะเป็นแหล่งกำเนิดประกายไฟ  อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น

    4.) ห้ามก่อให้เกิดประกายไฟใด ๆ ในบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ  เนื่องจากอาจมีไอละเหยของสารเคมีหรือก๊าซที่ติดไฟได้ในบริเวณนั้น

    5.) กั้นเขตอันตรายเบื้องต้นในรัศมี 75 เมตร  เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับทีมปฏิบัติการฉุกเฉินที่จะเข้ามาระงับเหตุในจุดที่ปลอดภัย

    ถ้าเกิดไฟไหม้ในรถขนสินค้าให้กั้นเขตอันตรายในรัศมี 150  เมตร  สำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง (แนวกั้นเขตอันตรายอาจ

    ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์)

    6.)  กั้นการจราจรผ่านจุดเกิดเหตุ  ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้พื้นที่อันตราย

    7.)  แจ้งเตือนประชาชน  ให้เตรียมการอพยพเคลื่อนย้ายออกจากบริเวณที่กลุ่มก๊าซหรือไอละเหยสารเคมีหนาแน่นเคลื่อนที่ผ่าน

    8.) ถ้าพบว่ามีการรั่วไหลของสารเคมีลงท่อระบายน้ำ คู คลอง ควรแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณของสารเคมีที่รั่วไหลลงแหล่งน้ำ

    แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป

    9.) ห้ามเหยียบบนสารเคมีที่รั่วไหล

    10.)  ห้ามเปิดท้ายรถของยานพาหนะที่ประสบภัย  เนื่องจากอาจมีไอระเหยของสารเคมีที่มีความเข้มข้นสูงรั่วไหลออกมา  ทำให้เกิดอันตราย

    ถึงขั้นเสียชีวิตได้

    11.)  รีบโทรแจ้งหน่วยงานรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในท้องที่เกิดเหตุทันที

     

PPE Personal Protective Equipment

Chemical Protective Clothing

pic-level-a.jpg

pic-level-b.jpg

pic-level-c.jpg

     

The Right Choice for Decontamination

 

- ศูนย์อุบัติภัย กทม. 1555

- กรมควบคุมมลพิษ 1650

- ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม  0  2280  8000

- หน่วยดับเพลิง  199

- ตำรวจทางหลวง  1193

     

Home page