การใช้รอกหนีไฟ Fire Escape Device (A20)

และ การแบ่งหน้าที่ ERT เพื่อฝึกใช้รอกหนีไฟ

โดย อาจารย์คณาทัต  จันทร์ศิริ

Update: March 2006

รอกหนีไฟ

Fire  Escape Device

 

คืออุปกรณ์ ลักษณะเหมือนรอก ใช้เพื่อนำคนหรือสิ่งของลงจากที่สูง เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน  โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้

(บางชนิดอาจนำขึ้นได้)  โดยมีเข็มขัดรัดตัวอยู่ปลายเชือก และระบบของรอกจะมีเบรคอัตโนมัติ  เพื่อนำคนหรือสิ่งของนั้นลงด้วย

ความเร็วที่ปลอดภัย

ส่วนประกอบของรอกหนีไฟ

1)  ตัวรอก  ทำด้วยโลหะที่แข็งแรง  ข้างในมีระบบเฟืองทด และตัวเบรค เพื่อช่วยลดความเร็ว (ตัวเฟืองนั้นควรเป็นโลหะที่เหมาะสม 

จะมีอายุใช้งานนาน  บางยี่ห้อใช้เฟืองพลาสติค  เพื่อการใช้งานเพียง 2-3 ครั้ง )

2)  สายเคเบิ้ล (Cable)  เส้นแกนกลางเป็นลวดสลิงหุ้มด้วยไนลอน หรือฝ้าย  มีความยาวเหมาะสมกับความสูงของอาคาร  

ปกติจะใช้ต่ำสุด 15 เมตร (5 ชั้น)  และสูงสุดไม่เกิน 30 เมตร(10 ชั้น)  (ความยาวมากกว่านี้สามารถสั่งพิเศษได้ แต่ไม่นิยม 

เพราะการใช้รอกหนีไฟ จะใช้นำลงแค่ข้ามช่วงเหตุไฟไหม้ระยะไม่ห่างกันมากนัก)

3)  เข็มขัดรัดตัว (Harness)  ใช้คล้องไว้ใต้แขนระหว่างอก และมีแถบโลหะเพื่อรูดกระชับ  จะมี 1 ชุดอยู่ที่ตัวรอก สำหรับ

รอกทางเดียว  และมี 2 ชุดอยู่ปลายสายเคเบิ้ลทั้ง 2 ข้างของรอกสองทาง

4)  ห่วงคล้อง (Eyebolt)  ต้องยึดเหนี่ยวอย่างแข็งแรงอยู่กับอาคารสถานที่  ควรติดตั้งให้สูงเกิน 2 เมตร (ไม่ควรสูงเกินเอื้อมถึง) 

หลังจากติดตั้งรอกเข้ากับห่วงคล้องนี้แล้ว ตัวรอกจะต้องอยู่สูงกว่าศีรษะของผู้ประสบภัย

 

pic-rescuetrain3-7.jpg

 

ชนิดของรอกหนีไฟ

 

 

ถ้าแบ่งชนิดของรอกหนีไฟตามจำนวนการใช้ต่อครั้ง จะแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

1)  ชนิดใช้ได้คราวละครั้งเดียว  คนเดียว  เมื่อใช้เสร็จแล้วต้องนำส่งผู้จำหน่ายไปทำการกรอกลับคืน  ในประเทศไทยมีขายอยู่ 2 ยี่ห้อ

คือ Exit Traveler และ  Sky Line

2)  ชนิดที่ใช้ได้หลายครั้ง  ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ  แบบลงทางเดียว และลง 2 ทาง  ซึ่งทั้งสองแบบนี้มีส่วนประกอบเหมือนกัน 

สามารถปรับเปลี่ยนไปมาได้

2.1  แบบลงทางเดียว รอกชนิดนี้เหมาะที่จะใช้สำหรับการกู้ภัย หรือการหนีไฟเฉพาะคน

ลักษณะรอก

2.1.1   ปลายสายเคเบิ้ลทั้ง 2 ข้าง

2.1.2  เข็มขัดรัดตัว ติดกับตัวรอก  คนจะลงพร้อมกับรอก ติดห่วงคล้อง เพื่อยึดติดกับอาคาร

    วิธีใช้

    .  นำชุดรอกมาคล้องปลายสายเคเบิ้ลเข้ากับห่วงคล้อง  หรือสิ่งยึดเหนี่ยว แข็งแรง   ที่ควรอยู่สูงกว่าศีรษะของผู้จะลง

    ข.  โยนสายเคเบิ้ลอีกปลายลงสู่เบื้องล่าง

    ค.  นำเข็มขัดรัดตัว ซึ่งติดอยู่กับรอกคล้องเข้าใต้แขนระหว่างอก

    ง.  นำตัวออกนอกอาคาร และปล่อยตัวลง  โดยหันหน้าเข้าหาตึก  ถ้าต้องการเบรคเพื่อหยุดระหว่างทาง  ใช้มือยึดดึงสายเคเบิ้ลอีกข้าง

    (ควรสวมถุงมือ)  ก็จะสามารถหยุดเพื่อชะลอความเร็วได้   (ต้องฝึกฝนจนชำนาญ)

    .  เมื่อคนแรกลงถึงพื้น  คนต่อไปที่จะลง ต้องดึงสาว สายเคเบิ้ลที่ติดกับรอกขึ้นมาข้างบน     แล้วสลับห่วงคล้องที่อยู่อีกปลาย

    ยึดติดอาคาร  และโยนสายเคเบิ้ลที่เหลือลงข้างล่าง

    .  ปฏิบัติตามข้อ  . ต่อไป

    2.2  แบบลง 2 ทาง รอกชนิดนี้เป็นที่นิยมมากที่สุดสามารถใช้งานได้คล่องตัว  สะดวก รวดเร็ว และประกอบกับเทคนิคการใช้

    จะมีความปลอดภัยสูงมักใช้กันมากในโรงพยาบาล  โรงแรม และคอนโดมิเนียม

 

pic-rescuetrain3-7.jpg

 ลักษณะรอก

 

2.2.1  ตัวรอกมีห่วงคล้องเพื่อยึดติดกับอาคาร  ควรติดตั้งใช้งาน

บริเวณ ด้านนอกอาคาร เพื่อให้สายเคเบิ้ลทิ้งดิ่งลงด้านล่างโดยตรง

2.2.2  ปลายสายเคเบิ้ลทั้ง 2 ข้าง มีเข็ม ขัดรัดตัว (Harness)

2.2.3 มีเชือกต๋งที่คล้องกับห่วงยึดสาย รัดตัวทั้ง 2 ข้าง

วิธีใช้  และบุคลากร (เตอร์,ตรึง,ต๋ง,เซฟ)

.(1)  นำรอกมาติดตั้งกับห่วงคล้องถาวร ที่ติดยึดอย่างแข็งแรงกับ

อาคาร  ( เมื่อคล้องรอกแล้ว  ตัวรอกต้องอยู่สูงกว่าศีรษะของผู้ลง

( หรือสูงประมาณ  2 เมตร)    และสายเคเบิ้ลต้องทิ้งดิ่งอยู่นอก

อาคาร )  ผู้ที่ทำหน้าที่นี้เรียกว่าเตอร์ ซึ่งย่อมาจาก

Jump  Master ควรมีมากกว่า 1 คน  สวมถุงมือหนังอย่างดี

        (2)   ติดตั้งสายเซฟ (คือเชือกสำหรับดึงรั้งผู้ประสบภัย หรือผู้ฝึกหัด ไว้กันพลัดตก เป็นลำดับที่ 2 ) โดยปลายข้างหนึ่งติด

    เข็มขัดรัดตัว (Safetybelt) ผู้ถูกนำลง คล้องผ่านห่วง Snap link พัน 2 รอบ (เพื่อเพิ่มแรงหนืด) โยงลงไปยังเจ้าหน้าที่ เซฟ

    คอยดึงรั้งหากมีข้อผิดพลาด

    .  เตอร์โยนปลายสายเคเบิ้ลที่เหลืออีกด้านหนึ่งลงข้างล่าง  พร้อมกับ เชือกต๋ง (คือเชือกที่ติดกับเข็มขัดรัด ตัวผู้ประสบภัย 

    ใช้ดึงร่างผู้ประสบภัย ออกห่างจากตัวอาคาร  กันการกระทบกระแทก )

    .  เตอร์  นำผู้ประสบภัย (แม้เป็นผู้ป่วยหมดสติ) มาคล้องกับเข็มขัดรัดตัวที่ใต้แขนระหว่างอก  ก่อนนำร่างออกนอกอาคาร 

    โดยหันหน้าเข้าหาตึก ถ้ามีสติให้ยกเท้าพาดไปทางด้านหลัง ทีละข้าง

    .  ตรึง  ย่อมาจาก ผู้ยึดตรึง  ดีงสายเคเบิ้ลไว้ให้ตึง  เพื่อยึดตรึงร่างผู้ประสบภัย ให้อยู่กับที่  ไม่เลื่อนไหลลง เพื่อ

    ความปลอดภัย โดย เตอร์ออกคำสั่งว่า ตรึงดึง, ตรึงต้องยึดตรึงไม่ให้คนเคลื่อนที่ลง แล้วตอบว่า พร้อม   เตอร์  

    ออกคำสั่งว่าพร้อม  หรือStable” (สเตเบิล)

    .  ต๋ง  ผู้ทำหน้าที่ดึงเชือกต๋ง   ซึ่งปลายยึดติดกับเข็มขัดรัดตัวผู้ประสบภัย  คอยฟังคำสั่งจาก เตอร์ เมื่อเตอร์   สั่งให้ตรึง

    ดึง และ  Stable   แล้วจึงสั่งให้ ต๋งดึง  หมายความว่า  ต๋งดึง ร่างผู้ประสบภัย ให้ห่างจากอาคารเมื่อต๋งดึงแล้วให้พูดว่า  พร้อม

    .   เตอร์  สั่งต่อว่า  ตรึงปล่อย   ผู้ยึดตรึงปล่อยสายเคเบิ้ลที่ยึดอยู่ทันที  ไม่ต้องค่อยๆ ผ่อน เพราะตัวรอกมีเบรคอัตโนมัต

    ร่างของผู้ประสบภัยจะเคลื่อนที่ลง  จนถึงพื้นอย่างปลอดภัย เพียงแต่  เตอร์  ต้องคอยจัดสายเคเบิ้ลไม่ให้ไปเสียดสีกับร่าง

    ผู้ประสบภัย

    .   ผู้ประสบภัยคนแรกถึงพื้น   ปลายสายเคเบิ้ลที่มีเข็มขัดรัดตัวฝั่งตรงข้าม จะขึ้นไปข้างบน เพื่อพร้อมรับผู้ประสบภัยคนต่อไป

    โดยวิธีเดิม

 

ข้อควรระวัง

 

1. พึงจำไว้ว่า    ตรึง(ต้อง)ดึง(ให้เชือก)ตึง(จนเข็มขัดคล้อง

ลำตัวกระชับและแขนผู้ประสบภัยทิ้งดิ่งข้างกายแล้ว) ต๋ง(จึง)ดึง

(แล้ว) ตรึง(จึง)ปล่อย ”  สรุปเป็นคำสั่งที่กระชับคือ

"ตรึงดึงตึง พร้อม ต๋งดึง ตรึงปล่อย"

2. และที่สำคัญที่สุดคือ  ทุกคนที่จะทำหน้าที่ช่วยชีวิตคนอื่น  ต้องได้

รับการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ จนชำนาญ  มีความมั่นใจใน เครื่องมือ

และฝีมือ 100 เปอร์เซ็นต์ ตลอดเวลา (ต้องมีวุฒิบัตรรับรอง)

3. อย่าประมาท  เลินเล่อ  หรือล้อเล่น

4. ตรวจตราอุปกรณ์ทุกชิ้นส่วนให้ปลอดภัยก่อนใช้งาน และไม่ใช้

รอกต่อเนื่องนานเกินไป  (ความสูง 3 ชั้น ไม่เกิน 10 ครั้ง)

เพราะจะเกิดความร้อนสูง  จนอุปกรณ์ได้รับความเสียหาย

5. ทำบันทึกการฝึกซ้อม (Log Book) ทุก1.    ครั้ง  เพื่อให้ทราบ

จำนวนการใช้งาน (เพื่อหาความสึกหรอ) หากได้รับการบำรุงรักษา

อย่างดี สามารถใช้ได้ไม่ต่ำกว่า 500 ครั้ง (ข้อกำหนดจากโรงงาน 100 ครั้ง)  ชั่วโมงบินของผู้ฝึก (เพื่อทราบความชำนาญ)  และเป็น

การประเมินผลการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับหน่วยงานที่ได้รับมาตรฐาน FARA-FS Certified  จะต้องส่งรายงานนี้กับสมาคมฯ FARA ทุกปี

อุปกรณ์เสริมรอกหนีไฟ

 

1.     ถุงมือหนัง  อย่างน้อย  5 คู่ (เตอร์ 2 คน  , ตรึง 1 คน   ต๋ง 1 คนและ เซฟ อีก 1 คน)

2.     ปลอกนวมหุ้มสายรัดตัว 2 คู่ เพื่อรองใต้แขนกันเจ็บ

3.     เชือกต๋ง (ความยาวเท่าความสูงที่ต้องการ และขนาดเหมาะมือ)

4.     เปล หรือตะกร้าพิเศษ เพื่อนำผู้ประสบภัยลง

5.     สายสลิงยึดติดอาคารเพื่อคล้องรอกในบริเวณที่ไม่มีห่วงคล้องถาวร พร้อมยางรองสายเพื่อป้องกันการครูดกับมุม

6.    สายเซฟ พร้อม สแนปลิ้ง และเข็มชัด

 

ลำดับ

ทำหน้าที่

จำนวนผู้ช่วยเหลือ

ทีมบัญชาการ

1.

เตอร์

ERT ครูฝึก  2   คน

ผบ.แผน

2.

ตรึง

ERT ครูฝึก  1  คน

ผู้ช่วย 1

3.

ต๋ง

ERT ครูฝึก  1  คน

ผู้ช่วย 2

4.

เซฟ

ERT ครูฝึก  1  คน

ผู้ช่วย 3

5.

ผู้เคลื่อนย้าย

5 คน / 1 ผู้ประสบภัย

 

6.

ผู้ประสบภัย

ขึ้นอยู่กับผู้เข้าอบรม

 

แบบฟอร์ม Log Book (สมุดรายงานการใช้ และบำรุงรักษา รอกหนีไฟ)

วันที่

วัตถุประสงค์ใน
การใช้รอก

จำนวนครั้งที่ใช้

ผู้รับผิดชอบ

หมายเหตุ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

1.    ควรใช้รอกหนีไฟที่มีเฟืองโลหะ

2.    รอกหนีไฟควรเปิดบำรุงรักษาได้ (โดยผู้ที่ได้รับมอบหมาย)

3.    ต้องฝึกการใช้งานให้ถูกต้องปลอดภัย

4.    ต้องมีการเซฟทุกครั้งที่ฝึก

 

พึงระลึกเสมอว่า  ผิดพลาดเพียงนิด  ชีวิตดับแน่