ลำดับที ่8 บทที่ 6

แผนปฏิบัติการระงับอัคคีภัย (แผนฉุกเฉิน)

โรงพยาบาลชามะนาว (C27)

Update

A01

A02

A02-E

A03

A04

A05

A06

A07

A08

A09

A10

A11

A12

A13

A14

A15

A16

A17

A18

A19

A20

A21

A22

A23

A24

A25

A26

A27

A28

A29

A30

A31

A32

A33

A34

A35

 

1. สาระสำคัญของแผน

2. ชื่อแผนและการประกาศใช้แผน

3. ทีมปฏิบัติการและการจัดบุคลากร

4. ขั้นตอนปฏิบัติการ

5. การเตรียมผู้ป่วย อุปกรณ์การแพทย์ ยา และเคมีภัณฑ์

    5.1 การจำแนกประเภทผู้ป่วย

    5.2 อุปกรณ์การแพทย์, ยา, เวชภัณฑ์

    5.3 วัสดุครุภัณฑ์อื่นๆ

6. ขอบเขตปฏิบัติการเฉพาะแผน

    6.1 การควบคุมเพลิงไหม้เล็กน้อย

    6.2 การควบคุมเพลิงไหม้รุนแรง

7. การป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้

8. แผนปฏิบัติเมื่อเกิดเพลิงไหม้บริเวณบ้านพักเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล

9. หน่วยงานสนับสนุน ,องค์กรเครือข่าย

    9.1  หน่วยช่วยเหลือเมื่อเกิดอัคคีภัย

    9.2 องค์กรทางการแพทย์ที่ขอเชิญเป็นเครือข่าย

6.1  สาระสำคัญของแผน

แผนปฏิบัติการขณะเกิดเพลิงไหม้ เป็นการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ เพื่อความปลอดภัยสำหรับลูกจ้าง และระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงข้อบัญญัติของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (HA.Thailand) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนฉุกเฉินของโรงพยาบาลชามะนาว เพื่อให้บุคลากรได้ทราบถึงการป้องกันและระงับอัคคีภัย ทั้งสามารถปฏิบัติเพื่อเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในโรงพยาบาลได้

6.2  ชื่อแผนและการประกาศใช้แผน

    ชื่อแผนและการประกาศใช้แผน

    1.    กรณีเพลิงไหม้แรกเริ่ม  แผนคุณอัคคี

    ให้เจ้าหน้าที่กองบัญชาการแผนฉุกเฉิน (บก.แผน) ประกาศผ่านเสียงตามสายหอกระจายข่าว หรือใช้รถพยาบาล(Ambulance) วิ่งประกาศ ด้วยข้อความดังนี้

    โปรดทราบ ขอเชิญผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมกับคุณอัคคี  ที่ ……………( จุดที่เกิดเหตุ ) เวลานี้

    ( ประกาศจำนวนไม่น้อยกว่า 6 ครั้ง ห่างกันไม่เกิน 3 วินาที )

หมายเหตุ คุณอัคคี คือรหัสเฉพาะเจ้าหน้าที่ รพ.ชามะนาว เพื่อไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติตามแผนฯแตกตื่นจากเหตุเพลิงไหม้  หากสามารถระงับเหตุได

้แล้ว ให้ประกาศด้วยข้อความว่า

    โปรดทราบ  ขอยกเลิกการประชุมร่วมกับคุณอัคคีที่…….เวลานี้

    (ประกาศไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง ห่างกันไม่เกิน 3 วินาที)

    2.   กรณีเพลิงไหม้ หรือระเบิดรุนแรงฉุกเฉิน   แผนรุนแรงฉุกเฉิน

    ผู้บัญชาการแผนฉุกเฉินไปที่จุดเกิดเหตุ  ้เจ้าหน้าที่ในกองบัญชาการแผนฉุกเฉิน(บก.แผน)ประกาศผ่านเสียงตามสาย   ด้วยข้อความดังนี้

    โปรดทราบ ขณะนี้เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรง(ระเบิด) ที่…………. (จุดเกิดเหตุ) ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง 

    ( ประกาศต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง ห่างกันไม่เกิน 3 วินาที ) หากยังมีการลุกลามขยายตัวออกไป ผู้บัญชาการแผนฉุกเฉินออกคำสั่งใช้แผนฉุกเฉิน

    3.   กรณีเพลิงไหม้ ที่ไม่สามารถระงับได้ แผนฉุกเฉิน

    ผู้บัญชาการแผนฉุกเฉิน ออกคำสั่งใช้แผนฉุกเฉิน แล้วให้เจ้าหน้าที่ในกองบัญชาการแผนฉุกเฉิน(บก.แผน)เปิดไฟวับวาบสีน้ำเงิน (Strobe Light)

    เพื่อยืนยันเหตุฉุกเฉินซึ่งเป็นที่สังเกตของคนหูหนวกแล้วประกาศผ่านเสียงตามสาย, หอกระจายข่าว  ด้วยข้อความดังนี้

    โปรดทราบ ขณะนี้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่…………. (จุดเกิดเหตุ) ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านปฏิบัติตามแผนฉุกเฉิน โดยใช้จุดรวมพลที่ ……

    และประกาศให้บริเวณ……….เป็นพื้นที่อันตราย

    ( โดยประกาศต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง ห่างกันไม่เกิน 3 วินาที  เมื่อประกาศไปแล้ว 3 ครั้ง ให้กดสัญญาณเตือนภัย (General Alarm) เป็นเสียงยาว 3 นาที

    (แต่ไม่เกิน 5 นาที ) และรถพยาบาลฉุกเฉิน(Ambulance)  วิ่งเปิดไซเลนและประกาศด้วย

    4.   ในกรณีที่ บก.แผนฉุกเฉินถูกไฟไหม้ด้วยหรือไม่สามารถใช้งานไดสะดวก้ ให้ย้ายไปที่จุดรวมพลที่กำหนด

    5.   การยุติแผนฉุกเฉิน

    ผู้บัญชาการแผนฉุกเฉินออกคำสั่งยุติแผน โดยให้เจ้าหน้าที่ บก.แผนฉุกเฉินประกาศผ่านเสียงตามสาย หอกระจายข่าวหรือใช้รถพยาบาลฉุกเฉิน

    วิ่งประกาศ  ด้วยข้อความดังนี้

    โปรดทราบ  โปรดทราบ  แผนฉุกเฉินที่……….. (จุดเกิดเหตุ) สิ้นสุดลงแล้ว ขอให้ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

    (ให้ประกาศไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง ห่างกันไม่เกิน 3 วินาที)

    6.   ในกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้จริง ขณะกำลังซ้อมแผนอยู่  หรือเหตุการณ์อื่นๆในลักษณะเดียวกันให้ประกาศด้วยว่า

    นี่ไม่ใช่การซ้อม   แล้วประกาศตามระเบียบเดิม

    (ห้ามนำข้อความประโยคนี้มาใช้  เมื่อไม่มีเหตุการณ์เป็นอันขาด)

หมายเหตุ

    พื้นที่อันตราย  คือ บริเวณ หรืออาคาร-สถานที่ ที่มีผู้อาศัยพักพิง ใช้ประโยชน์อยู่  ตกอยู่ในภาวะอันตรายอาจมีควันไฟ เปลวไฟ ก๊าซพิษ ฯลฯ หรือ

    ผลกระทบที่มีอันตรายต่อมนุษย์  จำเป็นต้องอพยพบุคคล และทรัพย์สินสำคัญทันทีที่ประกาศแผนฉุกเฉิน ( รายละเอียดเพิ่มเติม ในหัวข้อ 6.6.1 )

6.3  ทีมปฏิบัติการ และการจัดบุคลากรตามแผนฉุกเฉิน

6.4 ขั้นตอนปฏิบัติการ

6.5  การเตรียมผู้ป่วย และทารกแรกเกิด อุปกรณ์การแพทย์ ยา เคมีภัณฑ์ ในโรงพยาบาล

    6.5.1การจำแนกประเภทผู้ป่วย ให้พิจารณาตามอาการของโรคและความสามารถในการช่วยตัวเองรวมทั้งการพิจารณาถึงการเคลื่อนย้ายก่อน-หลังอย่าง

    เหมาะสม โดยแบ่งผู้ป่วยเป็น 3 กลุ่ม:

      -  กลุ่มผู้ป่วยประเภท 1 สีแดง หมายถึงผู้ป่วยในระยะวิกฤต

      - ผู้ป่วยหนักมาก หรือสิ้นหวัง เช่น Coma โรคร้ายแรงระยะสุดท้าย

      - ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ

      - ผู้ป่วยกระดูกต้นคอหัก และตรึงกับเตียงเพื่อดึงคอ

      - ผู้ป่วย Immediate post operation บางส่วน

      - เด็กแรกเกิดที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

      - กลุ่มผู้ป่วยประเภท 2 สีเหลือง หมายถึงผู้ป่วยที่พ้นระยะวิกฤตแต่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ เช่น

      - ผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัวหรือบางส่วน Paralysis

      - ผู้ป่วยหลังทำการผ่าตัดPost operation

      - ผู้ป่วย Immobilized

      - ผู้ป่วยแขนขาอ่อนแรง Weakness

      - ผู้ป่วย เด็ก

      - เด็กแรกเกิด

      - กลุ่มผู้ป่วยประเภท 3 สีเขียว หมายถึงผู้ป่วยที่ช่วยตัวเองได้ หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ไม่รุนแรง

      วิธีปฏิบัติ

      1.  แพทย์หรือพยาบาลเป็นผู้จำแนกประเภทผู้ป่วย ตั้งแต่รับเข้าเป็นผู้ป่วยใน รวมทั้งการรับผู้ป่วยฉุกเฉินโดยทำสัญลักษณ์สี แสดงให้เห็นชัดเจน

      2.  ให้ใช้กระดาษสีติดที่ป้ายท้ายเตียงของผู้ป่วยในหอผู้ป่วยทุกเตียง และมีเครื่องหมายเป็นป้ายคล้องข้อมือผู้ป่วย

      3.  ผู้ป่วยประเภท 3 สีเขียว   ให้ผู้ป่วยช่วยตัวเอง และอาจมอบหมายให้ช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอื่นที่ช่วยตัวเองไม่ได้เต็มที่ 

      4. กลุ่มผู้ป่วยประเภท 2 สีเหลือง ถ้ามีญาติหรือผู้ป่วยประเภท 3 สีเขียวให้ขอความช่วยเหลือในการเคลื่อนย้าย

      5.  กลุ่มผู้ป่วยประเภท 1 สีแดง ที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้เลย ปฏิบัติเหมือนกลุ่มผู้ป่วยประเภท 2 สีเหลืองยกเว้นคนไข้ที่มีอาการหนักมาก

      หรือเรื้อรัง ควรพิจารณาเคลื่อนย้ายเป็นรายสุดท้าย  ถ้ามีเวลาพอ

    การเตรียมการก่อนส่งต่อผู้ป่วย

      1.  กิจกรรม  :  ประเมินสภาพผู้ป่วย สรุปปัญหา และการให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้น ให้คำแนะนำผู้ป่วยและญาติเรื่องการรักษาต่อ

      ผู้รับผิดชอบ    :  แพทย์ , พยาบาล

      เกณท์ชี้วัด      :  ผู้ป่วยได้รับการประเมินสภาพวินิจฉัยโรค ดูแลก่อนการส่งต่อ

          :  ผู้ป่วยและญาติมีความพร้อมและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

      2. กิจกรรม    :   บันทึกข้อมูลในใบขอ refer ให้ชัดเจน ครบถ้วนพร้อมผลการตรวจอื่นๆ เช่น ผล Lab , X-ray EKG  ฯลฯ

      ผู้รับผิดชอบ  :  แพทย์ , พยาบาล

      เกณท์ชี้วัด    :  ข้อมูลผู้ป่วยในใบ refer มีความถูกต้องชัดเจน ครอบคลุมปัญหาของผู้ป่วย

      3. กิจกรรม   :  ตรวจสอบรถพยาบาล อุปกรณ์ เวชภัณท์ ให้พร้อมที่จะใช้ระหว่างนำส่ง

      ผู้รับผิดชอบ :  พนักงานขับรถ , พยาบาลเจ้าของไข้

      เกณท์ชี้วัด   :  มียานพาหนะอุปกรณ์เวชภัณท์ พร้อมที่จะใช้งาน

      4. กิจกรรม  :  ประสานงานโรงพยาบาลที่จะรับผู้ป่วยทางโทรศัพท์ หรือวิทยุทุกราย โดยให้รายละเอียด ดังนี้

      ( ชื่อ-สกุลผู้ป่วย , อายุ , การวินิจฉัยโรคเบื้องต้น, สาเหตุที่ refer , การรักษาที่ให้กับผู้ป่วยแล้ว , สิ่งที่ต้องเตรียมรับผู้ป่วย

      ผู้รับผิดชอบ :  แพทย์ , พยาบาล  , เจ้าหน้าที่สื่อสาร

      เกณท์ชี้วัด   :  มีการตอบรับและพร้อมที่จะรับผู้ป่วย  ,  ข้อมูลการประสานงานครบถ้วนไม่มีข้อขัดแย้ง

      5. กิจกรรม  :  ดูแลให้การพยาบาลผู้ป่วยตามสภาพปัญหาก่อนส่งต่อ โดยพยาบาลที่มีความรู้ความสามารถและมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน

      ผู้รับผิดชอบ  :  พยาบาล 

      เกณท์ชี้วัด    :  ผู้ป่วยปลอดภัยไม่มีภาวะคุกคามชีวิต

    การดูแลผู้ป่วยขณะนำส่ง

      1. กิจกรรม    :  วัดสัญญาณชีพ อาการเปลี่ยนแปลงทางสมองในกรณีผู้ป่วยบาดเจ็บที่ศรีษะหรือผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวทุก 15-30 นาที

      ผู้รับผิดชอบ :  แพทย์ , พยาบาล

      เกณท์ชี้วัด   :  มีการวัดสัญญาณชีพตามเวลาที่กำหนด

      2. กิจกรรม   :  ประเมินผู้ป่วยทุก 30 นาที หรือ 1 ชม. ตามสภาพผู้ป่วยและบันทึกข้อมูล

      ผู้รับผิดชอบ :   พยาบาล

      เกณท์ชี้วัด   :  มีการบันทึกการประเมินผู้ป่วยและอาการเปลี่ยนแปลง

      3.  กิจกรรม  :   ให้การดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องตามสภาพปัญหาแต่ละราย เช่น การได้รับO2และสารน้ำทางหลอดเลือดดำ,

      การ suction ,การ hyperventilation ในผู้ป่วย head injury ที่ GCS< 10 ฯลฯ

      ผู้รับผิดชอบ :   แพทย์ , พยาบาล

      เกณท์ชี้วัด   :  ผู้ป่วยได้รับการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ตามแผนการรักษาของแพทย์

      4. กิจกรรม  :  หากผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลงสู่ภาวะวิกฤต ให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น

      หรือขอความช่วยเหลือตามระบบ และนำส่ง รพ. ที่อยู่ใกล้ที่สุด

      ผู้รับผิดชอบ :  พยาบาล

      เกณท์ชี้วัด   :  ผู้ป่วยได้รับการแก้ไขในเบื้องต้น

               :  การประสานงานและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

      5. กิจกรรม  :  สรุปปัญหา และการให้การพยาบาลผู้ป่วยระหว่างนำส่ง ให้แก่แพทย์หรือพยาบาลที่รับการส่งต่อ

      ผู้รับผิดชอบ :  แพทย์ , พยาบาล

      เกณท์ชี้วัด   :  ข้อมูลผู้ป่วยระหว่างนำส่งครบถ้วน

               :  แนวทางในการวางแผนรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง

    เกณท์มาตรฐานการดูแลผู้ป่วยก่อนและระหว่างการนำส่ง

      - ผู้ป่วยอุบัติเหตุที่มี GCS น้อยกว่า 10 จะต้อง intubated ก่อนนำส่ง

      -  ผู้ป่วย multiple injury ทุกรายควรมี CXR และควรใส่ ICD ก่อนนำส่ง ถ้าสงสัยว่ามี pneumothorax

      -  ผู้ป่วยที่มี hemodynamic instability  จะต้องได้รับ IV fluid resuscitation ที่เพียงพอด้วย  intravenous canulationขนาดใหญ่เบอร์ 18

      ในตำแหน่งที่ไม่ leak

      - ผู้ป่วยที่มีบาดแผล จะต้องได้ first Aid management อย่างดี โดยเฉพาะบาดแผลที่มีเลือดออกควรทำให้เลือดหยุดก่อนนำส่ง

      - ผู้ป่วยที่มีกระดูกหัก จะต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ภายใน 6 ชั่วโมง

      - ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก จะต้องมีพยาบาลเฝ้าติดตามดูแลระหว่างการนำส่ง

      -  ผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ ควรได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเช่น

      -  ได้รับการดูดเสมหะ 

      -  Assist ventilation เมื่อผู้ป่วยหายใจเองได้ไม่พอ

      -  ผู้ป่วย head injury GCS<10 ที่ได้รับการใส่ Endotracheal tube แม้จะหายใจเองได้ ก็ควร hyperventilationทุกราย เพื่อช่วยลดภาวะ

      increase intracranial pressure

      -  ผู้ป่วยที่มี blunt injury เหนือ clavicle ควรใส่ hard collar ก่อนการนำส่ง

    6.5.2  จัดทำบัญชีแยกประเภท อุปกรณ์การแพทย์ ยา เคมีภัณฑ์ ทรัพย์สิน และเอกสารสำคัญ ฯลฯ

    สิ่งของที่สำคัญที่สุด บรรจุในตู้หรือลิ้นชักเหล็กอย่างเบา แล้วติดสติกเกอร์สีเหลืองมะนาว ซึ่งระบุหมาย เลขทรัพย์สิน ที่ตั้ง และ ผู้รับผิดชอบในการ

    เคลื่อนย้าย 3 คนต่อ 1 ชิ้น ของแต่ละห้อง   ผู้ที่ไม่มีชื่ออยู่ใน Sticker ห้ามยกย้ายโดยเด็ดขาด ซึ่งจะทำให้ทรัพย์สินที่จะได้รับการเคลื่อนย้ายมีอยู่

    ไม่มากนัก เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งหมด

    ( สูตร :  20% ของเจ้าหน้าที่(ทีมเคลื่อนย้ายฯ-กู้ชีพ)  หารด้วย 3 (คือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบครอบคลุมเวลา 24 ชม.= จำนวนทรัพย์สินสำคัญที่

    จะเคลื่อนย้ายได้ )

        1.  สิ่งของที่มีความสำคัญต่อองค์กร หรือที่มีราคาแพง

        2.  มีน้ำหนักเบา สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยคนเพียงคนเดียว

        3.  ต้องระบุผู้รับผิดชอบในการเคลื่อนย้าย ทั้งในและนอกเวลาราชการ

        4.  บรรจุอย่างเรียบร้อย

      อุปกรณ์สำคัญสำหรับกู้ชีพที่จะนำไปจุดรวมพล ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ Check List  ไว้

      วิธีปฏิบัติ

    1. หัวหน้ากลุ่มงานฯ/หน่วยงานจัดทำบัญชีแยกประเภทวัสดุไว้

    2. กำหนดผู้รับผิดชอบในการเคลื่อนย้ายสิ่งของแต่ละชิ้นและจัดอยู่ในกลุ่มเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน-กู้ชีพ( ห้ามกลับเข้ามาย้ายทรัพย์สินรอบสอง )

    3.เตรียมถุงพลาสติกใสอย่างหนา,เหนียวที่มีเครื่องหมายหรือชื่อของหน่วยงานเพื่อบรรจุสิ่งของแยกชิ้น

    6.5.3  วัสดุครุภัณฑ์อื่นๆ

      1. กำหนดประเภทของที่ต้องเก็บรักษา ต้องย้ายหนีไฟ

      2. ประเภทของทิ้งได้

      3. ประเภทของที่ต้องควบคุมอย่างรัดกุม เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิง

    วิธีปฏิบัติ

    1. หัวหน้ากลุ่มงานฯ /หน่วยงานจัดทำบัญชี และสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้ง่าย เอาไว้

    2. กำหนดผู้รับผิดชอบในการเคลื่อนย้ายสิ่งของแต่ละชิ้น

    3. มีถุงพลาสติกที่มีเครื่องหมายหรือชื่อของหน่วยงานเพื่อบรรจุสิ่งของแยกชิ้น

6.6   ขอบเขตปฏิบัติการเฉพาะแผน

    แผนอัคคี ( เริ่มเกิดเพลิงไหม้ )

    1. ทันทีที่ได้รับทราบการเกิดเหตุเพลิงไหม้ สมาชิกหน่วยปฏิบัติการแผนฉุกเฉิน(ERT) จะต้องปฏิบัติตามแผนอัคคี ทันที  

    2. ผู้ช่วยผู้บัญชาการ 2 (Fire Marshal) ปฏิบัติหน้าที่ จุดเกิดเหตุ โดยทันที พร้อมประเมินสถานการณ์และรายงานไปยัง ผบ.แผน  ที่ บก.แผน

      - ต้องการกำลังสมทบเพิ่มเติม (คน, อุปกรณ์) หรือไม่ เพื่อควบคุมเหตุฉุกเฉิน ไม่ให้ลุกลามไป

      - จะต้องทำการอพยพผู้ป่วยและบุคลากรไปจุดปลอดภัยหรือไม่

      - เสนอผู้บัญชาการแผนฉุกเฉินเพื่อประกาศใช้แผนฉุกเฉิน หรือยุติแผนฯ

      - ดูแลเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน จุดเกิดเหตุให้ปลอดภัย

    6.6.1สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดเหตุ ( พื้นที่ฉุกเฉิน ) ประกอบด้วย 6 จุดด้วยกันคือ

    1. จุดที่เกิดเหตุ  ( Immediate Danger Area )

      -  มีสถานการณ์คับขัน แล้วแต่ลักษณะการลุกไหม้ของไฟทีเกิดขึ้น

      - การปฏิบัติการจะต้องรวดเร็วและถูกต้อง โดยยึดหลักว่าให้มีความปลอดภัยสูงสุด การสูญเสียน้อยที่สุดและปฏิบัติได้คล่องตัว

      - หลักการคือ ผู้ที่อยู่ใกล้ไฟหรืออุปกรณ์ใกล้ไฟ ต้องรีบนำออกมาก่อน เพื่อดับเพลิงเบื้องต้นให้เร็ว ที่สุดขณะเดียวกันให้พิจารณาถึงความปลอดภัย

      ในชีวิตผู้ป่วยให้มากเป็นอันดับหนึ่ง

      - ปัญหาแทรกซ้อนคือ ความตื่นตระหนกตกใจของผู้ป่วย ทำให้ควบคุมสติอารมณ์ไม่ได้ หรือบางรายมีอาการแทรกซ้อนของหัวใจขึ้นมาได้

      - การปฏิบัติการอันดับแรกคือ การแจ้งเหตุ ต่อมาคือเตรียมพร้อมอพยพคน-การประสานงาน

      โดยผู้ที่เป็นบุคลากรตามแผนฉุกเฉินในจุดเกิดเหตุนั้นๆ จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของแผน

    2. พื้นที่อันตราย ( Danger Area )(จุดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ) สถานการณ์ย่อมตึงเครียด

      - สิ่งที่ต้องทำคือ การเคลื่อนย้ายหรือควบคุมสิ่งต่างๆที่เป็นเชื้อเพลิงไม่ให้ติดต่อลุกลาม

      - เตรียมการเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน และผู้ป่วยไปยังที่จุดรวมพล

      - ส่งคนไปช่วยที่จุดเกิดเหตุ ก่อนเข้าบริเวณต้องนำป้ายชื่อประจำตัว หยอดลงในกล่อง ERT Box  และที่ควรคำนึงถึงคือญาติผู้ป่วย ซึ่งจะต้องควบคุม

      และอพยพคนเหล่านี้ ให้ไปในที่ปลอดภัย  บางครั้งอาจต้องขอความช่วยเหลือจากญาติผู้ป่วยในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ หรือตัวผู้ป่วยเอง

    3. พื้นที่เสี่ยง (จุดห่างที่เกิดเหตุ)  สถานการณ์ไม่ตึงเครียด

    - จะต้องมีการเตรียมการ รับดูแลผู้ป่วย และอุปกรณ์ต่างๆจากหอผู้ป่วยที่กำลังเกิดเหตุ นำมาฝากไว้  การดูแลความปลอดภัยในตัวตึกเอง การส่งคนไปช่วย

    กันคนเข้าไปมุงดูที่เกิดเหตุ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการระงับอัคคีภัย และช่วยเหลือผู้ประสบภัย

    4. จุดปลอดภัย ( Safe Area )

    5. จุดรวมพล  ( Assembly Area )

    6. กองบัญชาการแผนฉุกเฉิน (บก.แผน  - Emergency Response Room )

    6.6.2   การควบคุมเพลิงไหม้เล็กน้อย กรณีเกิดเพลิงไหม้เล็กน้อยสามารถดับเพลิงเองได้เมื่อเจ้าหน้าที่พบเหตุไฟไหม้ให้ปฏิบัติดังนี้

    1. ตั้งสติให้ดี ควบคุมอารมณ์ และจิตใจให้สงบ

    2. แจ้งเหตุให้คนใกล้ชิดทราบ แล้วแจ้งไปยังกองบัญชาการแผนฉุกเฉิน ( บก.แผนฯ)

    3. ดำเนินการระงับเหตุไฟไหม้เบื้องต้นอย่างปลอดภัยไม่เสี่ยง (ห้ามดับไฟโดยลำพัง Dont fight fire alone)

    4. ห้ามเปิดหน้าต่างในขณะเกิดไฟไหม้เป็นอันขาดเพื่อไม่ให้ออกซิเจนเข้ามาบริเวน จุดเกิดเหตุ (ยกเว้นผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีอุปกรณ์พร้อมการผจญเพลิง)

    5. หัวหน้าหน่วยงานแจ้งให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานทราบและปฏิบัติตามแผนฯร่วมกับ Fire Marshal ทีมดับเพลิงและช่างฉุกเฉิน

    6. หยุดการใช้ไฟฟ้า และตัดวงจรไฟฟ้าในพื้นที่

    7. ควบคุมวัสดุเชื้อเพลิง เช่น สำลี กระดาษ ผ้า Alcohol ไม่ให้ติดต่อลุกลาม

    8. ปิดวาล์วก๊าซต่างๆ ทั้งหมด

    9. ใช้เครื่องดับเพลิงที่มีประจำในหน่วยงาน และหน่วยงานข้างเคียงที่ใกล้ที่สุดให้ช่วยนำอุปกรณ์ดับเพลิงมาระงับเหตุ

    10. เตรียมพร้อมเพื่อการอพยพเคลื่อนย้าย

    11. หัวหน้าหน่วยงานร่วมกับผู้บัญชาการแผนฉุกเฉิน รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

    6.6.3   การควบคุมเพลิงไหม้รุนแรง แผนฉุกเฉิน  เหตุการณ์เพลิงไหม้รุนแรงมากเกินกว่าจะดับได้ทัน

    1.  หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ต้นเพลิง

      - ควบคุมเพลิงเบื้องต้นตามข้อ 6.6.2

      - Fire Marshal รายงานผู้บัญชาการแผนฉุกเฉิน เพื่อเสนอประกาศใช้แผนฉุกเฉิน

    *  ออกคำสั่งใช้แผนฉุกเฉิน  โดย ผบ.แผน

      - ยุติการรักษาและกิจกรรมอื่น  ที่ไม่จำเป็นทุกชนิดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย และคัดกรองผู้ป่วย(ซึ่งควรคัดกรองไว้แล้วตามปกติ)

      เพื่อการอพยพ

    * ดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังสถานที่ที่กำหนดไว้ โดยเริ่มจากกลุ่มผู้ป่วย ประเภทแดง, เหลือง, เขียว ตามลำดับ

    *  จุดรวมพล 1  ตามที่ ผบ.แผนฯสั่ง  เป็นจุดรองรับผู้ป่วยทุกประเภท ทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ และญาติผู้ป่วย

      - เจ้าหน้าที่หน่วยงานต้นเพลิง ทีมช่างฉุกเฉิน  ทีมดับเพลิง เข้าปฏิบัติการควบคุมเพลิง

    *  ตัดวงจรไฟฟ้าภายในทันที

    *  ควบคุม และจัดการวัสดุเชื้อเพลิงไม่ให้ติดต่อลุกลาม หากทำได้โดยไม่อันตราย

    *  ปิดวาล์วออกซิเจน , ไนตรัสออกไซด์ และ Vacuum

      - ทีมเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน-กู้ชีพ เคลื่อนย้ายทรัพย์สินและอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่รับผิดชอบ จากทั้งอาคารตามแนวทางปฏิบัติ ข้อ 6.5.1

    * เคลื่อนย้ายสิ่งของ ตามวิธีปฏิบัติข้อ 6.5.2 และ ข้อ 6.5.3

    * สถานที่รองรับผู้ป่วย และทรัพย์สิน ได้แก่จุดรวมพลที่ 1 สนามกีฬาเอนกประสงค์ หรือ จุดรวมพลที่ 2

    บริเวณสนามหญ้าหน้า รพ. หรือ จุดรวมพลที่ 3 สนามฟุตบอล ตามที่ ผบ.แผนสั่ง

    2.  กองบัญชาการแผนฉุกเฉิน  ( บก.แผน )

    * เปิดไฟวับวาบ (เพื่อยืนยันเหตุ และเป็นที่สังเกตุของคนหูหนวก), ประกาศแผนฉุกเฉิน, กดสัญญาณแจ้งเหต

    (เพื่อคนทุกชาติ ภาษา) โดย เจ้าหน้าที่ บก.แผน

    - เคลื่อนย้ายบก.แผนไปที่จุดรวมพลตามคำสั่ง ผบ.แผน

    - ประสานงานขอรับการสนับสนุนการช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอก

    - อำนวยความสะดวกและประสานงานการดับเพลิง กู้ภัย การเคลื่อนย้ายผู้คน  จัด การจราจรและรักษาความปลอดภัย

    - ประสานกับหัวหน้าทีมต่างๆ เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

    - แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้การปฏิบัติการรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุด

    - เมื่อเหตุการณ์สงบลง ประกาศสิ้นสุดแผนฉุกเฉิน

    - ร่วมกับ Fire Marshal และหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ต้นเพลิง ประเมินความเสียหาย เพื่อสรุป ให้ผู้บังคับบัญชา

    3.  หน่วยงานอื่นๆ

    - เตรียมความพร้อมผู้ป่วย อุปกรณ์การแพทย์ ยา และเคมีภัณฑ์ ตามแผนฯ

    - หอผู้ป่วยใกล้เคียง เตรียมพื้นที่รองรับผู้ป่วยประเภท 1 และ ประเภท 2 จากหอผู้ป่วยต้นเพลิง

    - งดผ่าตัดผู้ป่วยที่ยังไม่เริ่ม

    - กรณีที่กำลังผ่าตัด ผ่าตัดต่อให้เสร็จโดยเร็ว ด้วยวิธีที่ง่ายและไม่เป็นผลเสียต่อผู้ป่วย โดย ผู้ป่วยอาจต้องมาผ่าตัดขั้นสุดท้ายในภายหลัง

    - เตรียมห้องผ่าตัด เพื่อรองรับผู้ป่วยที่อาจต้องการรักษา จากหน่วยงานต้นเพลิง

    - เจ้าหน้าที่ที่เหลือให้ระดมกันไปช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากหน่วยงานต้นเพลิง ตามที่ ได้รับมอบหมาย(ต้องหยอดบัตรประจำตัวลงกล่อง ERT Box ก่อนเข้าพื้นที่

    4.  บุคลากรในแต่ละหน่วยงาน มีหน้าที่

      1. บทบาทแพทย์เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

        - งดตรวจผู้ป่วยนอก

        - หยุดการผ่าตัด โดยวิธีการ Damage control และให้ผู้ป่วยฟื้นทันที

        - ยุติการกระตุ้นคลอด หรือดำเนินการคลอดให้สิ้นสุดด้วยวิธีการที่เหมาะสม

        - เข้าประจำการจุดต่างๆ เพื่อปฏิบัติตามแผนฉุกเฉิน ของหน่วยงาน

      2. หัวหน้าตึกผู้ป่วยใน / ตึกผ่าตัด  (ทีมเช็คชีวิต-ติดต่อ)

        - ร่วมประจำหอผู้ป่วยที่ตนเองมีผู้ป่วยดูแล มอบหมายงานให้ผู้ช่วยเหลือ

        - แยกประเภทผู้ป่วยที่คัดกรองไว้แล้วอย่างชัดเจน และเตรียมปฏิบัติตามข้อ 7.5.1

        - วิสัญญีพยาบาล พร้อมอุปกรณ์ช่วยหายใจ เข้าช่วยเหลือผู้ป่วยเพื่อการเคลื่อนย้าย

        * หายใจเอง ลุกนั่งยืนได้เอง [ ประเภท 3 (สีเขียว)] ช่วยตัวเอง

        * หายใจเองได้ แต่ลุกเดินไม่ได้ [ ประเภท 2 (สีเหลือง)] คนงาน, ญาติ 4 คน/ผู้ป่วย 1 คน

        * หายใจเองไม่ได้ [ ประเภท 1 (สีแดง)] พยาบาล, คนงาน, ญาติ รวม 5 คน/ผู้ป่วย 1 คน

      3. แพทย์ประจำตึกผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน, เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ, เจ้าหน้าที่เอกซเรย์, ห้องทันตกรรม

        - ยุติการตรวจ และการรักษาที่ไม่จำเป็นทุกชนิด

        - ดูแลการสั่งการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและสิ่งของตามข้อ 6.5.2 และข้อ 6.5.3

        - เตรียมพื้นที่ที่จุดรวมพล เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เคลื่อนย้ายมา

      4. พยาบาลหอผู้ป่วยใน

      - แจ้งเจ้าหน้าที่ในหอผู้ป่วย ผู้ป่วย ญาติและควบคุมอย่าให้มีการชุลมุน

      - ยุติการรักษาที่ไม่จำเป็นต่อการมีชีพ เช่น การให้สารละลายทางเส้นเลือด การทำ EKG

      - เตรียมผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าระวังในการเคลื่อนย้าย ได้แก่ ผู้ป่วยประเภท 1 สีแดง และประเภท 2 สีเหลือง

      - เตรียมการดูแลในสถานการณ์ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

      - จัดแบ่งคนงาน เจ้าหน้าที่รับผิดชอบ (เช็คชีวิต-ติดต่อ) ช่วยเหลือผู้ป่วย แยกตามประเภท

      - กลุ่มประเภท 1 สีแดง และประเภท 2 สีเหลือง ให้ญาติและเจ้าหน้าที่ ช่วยเคลื่อนย้าย

      - กลุ่มประเภท 3 สีเขียว ให้ช่วยเหลือตัวเอง หรือให้ผู้ป่วยประเภท3 ช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลุ่มประเภท 1 สีแดง

      และประเภท 2 เหลือง

      - ดูแลควบคุมเจ้าหน้าที่ หรือคนงานรับผิดชอบอุปกรณ์การแพทย์ และสิ่งของตาม ข้อ 6.5.2 และข้อ 6.5.3

      - อพยพผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ออกทางหนีไฟ หรือทางออกฉุกเฉิน

      5. พยาบาลผู้ป่วยนอก และพยาบาลตึกอุบัติเหตุฉุกเฉิน

      - ประกาศให้ผู้ป่วยและญาติที่มาตรวจรักษารับทราบ

      - ผู้ป่วยหนักใน ER จัดเจ้าหน้าที่ร่วมกับญาติช่วยการเคลื่อนย้าย

      - จัดแยกประเภทอุปกรณ์การแพทย์ ยา และเคมีภัณฑ์ ตามข้อ 6.5.2, ข้อ 6.5.3 และ        เคลื่อนย้ายไปยังจุดเก็บรักษา

      6. เภสัชกร  เจ้าหน้าที่ห้องยา

      - แบ่งพื้นที่รับผิดชอบตามคำสั่ง

      - ควบคุมร่วมกับคนงาน เจ้าหน้าที่ เคลื่อนย้ายเวชภัณฑ์ที่ได้รับมอบหมายออกจากคลัง

      7. เจ้าหน้าที่ธุรการ  การเงิน  ห้องบัตร

      - เก็บเอกสารสำคัญมาก และสามารถนำออกได้ง่าย

      8. คนงานพนักงานช่วยเหลือคนไข้( เวรเปล )

      - ช่วยเหลือผู้ป่วยประเภท 1 และประเภท 2 ในการเคลื่อนย้าย

      - รับผิดชอบเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

      9. หน่วยงานอื่นๆ   -  ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

ลำดับก่อนหลังการเคลื่อนย้าย

-  ชั้นล่างสุดให้เคลื่อนย้ายทันที ที่ประกาศแผนฉุกเฉิน โดยไม่กีดขวางชั้นอันตราย

-  ชั้นเกิดเพลิงไหม้ลงก่อน

-  ชั้นสูงจากชั้นต้นเพลิงทีละชั้นจนถึงชั้นบนสุด ให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยและญาติ ออกทางออกฉุกเฉินที่ปลอดภัย

-  ชั้นต่ำกว่าชั้นต้นเพลิงทีละชั้นจนหมด

-  คนสุดท้ายของแต่ละชั้น ให้สัญญาณชั้นถัดไป พร้อมตรวจสอบผู้ติดค้าง และทำเครื่องหมายกากบาทพร้อม เซ็นต์ชื่อกำกับด้วยปากกาเมจิก  ก่อนออกจากพื้นที่อันตราย

   ต้องนำป้ายชื่อผู้เข้าช่วยเหลือจากภายนอกในกล่อง ERT Box ออกมาเช็คชื่อด้วย

-  ไม่มีการย้อนกลับเข้าอาคารอีก

วิธีการเคลื่อนย้าย

1. ใช้วัสดุที่มีอยู่ เช่น เปลสนาม  รถนอน  รถนั่ง  เปลอ่อน(Soft Stretcher)  ผ้าห่ม ลงจากอาคารตามที่ฝึกซ้อม

2. กำหนดทิศทางในการเคลื่อนย้าย เมื่อมีประกาศใช้แผนให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยและอุปกรณ์ดังนี้

    2.1  ให้เคลื่อนย้ายลงจากชั้นที่เกิดเหตุ  จากหน้า หรือหลังชั้นของอาคาร

    2.2  การเคลื่อนย้ายไปในทิศทางตรงข้ามกับไฟ โดยใช้ช่องทางที่โล่งกว้างและใช้ทางออกฉุกเฉิน

    2.3  ให้ดำเนินการย้ายผู้ป่วยเป็นอันดับแรกและพิจารณาเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เป็นอันดับถัดไป

    2.4  เมื่อออกจากตัวอาคารหรืออยู่ในเขตพื้นที่ปลอดภัยให้ทำการตรวจเช็คจำนวนสมาชิกในชั้นว่าครบหรือไม่ เพื่อจะได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ต่อไป

การหนีไฟอย่างปลอดภัยและไม่สำลักควัน

1.    การหนีไฟควรหนีไฟทางทางออกฉุกเฉิน( หรือบันไดหนีไฟ ) ที่ใกล้ที่สุด , ห้ามใช้ลิฟท์ขณะเกิดไฟไหม้

2.    ถ้าจำเป็นต้องฝ่าควันไฟให้หมอบคลานโดยแนบใบหน้าให้ชิดกับพื้นมากที่สุดจะทำให้ไม่สำลักควัน

3.    ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆปิดจมูกจะช่วยไม่ให้สำลักควัน แต่ยังขาดออกซิเจน และแสบตา

4.    ผ่อนลมหายใจเข้าออกสั้นๆ อย่าพยายามกลั้นหายใจเพราะจะทำให้เกิดการสูดลมหายใจที่แรงซึ่งทำให้สำลักควัน

5.   หาถุงพลาสติก ตักอากาศแล้วคลุมศีรษะฝ่าควัน(ห้ามฝ่าไฟ)ซึ่งจะมีออกซิเจนในการหายใจ และไม่แสบตา,

แต่จะใช้ได้ประมาณ 2-3 นาทีเท่านั้น

ข้อไม่ควรปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

1.   อย่าใช้เวลานานในการเก็บทรัพย์สินหรือเอกสารส่วนตัว

2.   อย่าอยู่ในห้องน้ำเพื่อเอาน้ำไว้ลดความร้อน

3.    อย่าวิ่ง ให้เดินเร็ว ในระหว่างอยู่ในบันไดหนีไฟ

4.    อย่าก่อความสับสนอลหม่าน โดยการส่งเสียงเอะอะโวยวาย โดยไม่จำเป็น

5.    ไม่ควรหนีไฟทันทีเมื่อได้ยินสัญญาณฉุกเฉิน ควรฟังรายละเอียดจุดอันตราย และจุดรวมพลก่อน เพื่อจะได้ปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง

    6.6.4  แผนปฏิบัติการเมื่อเพลิงสงบ (ดูเนื้อหาในบทที่ 8)

6.7   การป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้

1. พนักงานรักษาความปลอดภัย กั้นน้ำจากการดับเพลิงไม่ให้ไหลลงสู่ทางระบายน้ำสาธารณะโดยใช้กระสอบทรายปิดทางระบายน้ำ

2. พนักงานรักษาความปลอดภัยสูบน้ำจากการดับเพลิงจากรางระบายน้ำฝนลงระบบบำบัดน้ำเสีย

3. พนักงานสวน , สนาม ดำเนินการจัดการขยะตามระเบียบปฏิบัติเรื่องการจัดการขยะ

6.8   แผนปฏิบัติเมื่อเกิดเพลิงไหม้บริเวณบ้านพักของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล

1. การประกาศใช้แผน

ดำเนินการเหมือนกับขั้นตอนในการดำเนินการเมื่อเกิดเพลิงไหม้ในหอผู้ป่วยและอาคารบริการ แต่ผู้รายงานคือเจ้าของบ้านหรือผู้ประสบเหตุคนแรก

2. การดับเพลิงเบื้องต้น

    2.1 เจ้าของบ้านหรือเพื่อนบ้านดำเนินการตัดไฟฟ้า ภายในบ้านพักนั้น

    2.2 เจ้าของบ้านหรือเพื่อนบ้านทำการดับเพลิงเบื้องต้นด้วยอุปกรณ์ดับเพลิงที่มีอยู่ในบริเวณนั้น

    2.3 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของโรงพยาบาลเมื่อได้ยินประกาศแผนให้รีบไปยังที่เกิดเหตุเพลิงไหม้พร้อม ด้วยอุปกรณ์ในการดับเพลิง

    ได้แก่ เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ และอุปกรณ์อื่น เพื่อดำเนินการ  ดับเพลิง ตัดต้นเพลิง และให้ความช่วยเหลือ

    ในการดับเพลิงแก่หน่วยงานภายนอก และจัดเตรียมแหล่งน้ำในการดับเพลิงโดยช่างฉุกเฉิน

3. การขนย้ายทรัพย์สิน

    3.1 เจ้าของบ้านและเพื่อนบ้านช่วยกันขนย้ายทรัพย์สิน

    3.2 เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่ไม่ติดการให้บริการบนอาคารผู้ป่วยไปช่วยในการขนย้ายทรัพย์สินตามสมควร

6.9   หน่วยงานสนับสนุน

1. หน่วยช่วยเหลือเมื่อเกิดอัคคีภัย

    - สถานีตำรวจภูธรอำเภอสามง่าม โทร. 056-691242

    - เทศบาลตำบลสามง่าม  โทร. 056-665560

    - เทศบาลตำบลกำแพงดิน  โทร.  056-673222

    - การไฟฟ้าสามง่าม โทร. 056-691230, 056-691235, 056-253

    -  เทศบาลเมืองพิจิตร  โทร.  056-611287, 056-613090, 056-613093-7

    -  ดับเพลิงเทศบาลพิจิตร  โทร.  056-611306

    - หน่วยบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร  โทร.  056-612169

    - หน่วยบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิสามัคคีกุศลสถานสงเคราะห์ โทร. 056-611292, 056-6113376

    - หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยกู้ภัยทางหลวง มูลนิธิไพฑูรย์  แก้วทอง  โทร.  056-656038

2. องค์กรทางการแพทย์ที่ขอเชิญเป็นเครือข่าย โรงพยาบาลในเครือข่าย

    - โรงพยาบาลพิจิตร โทร. 056-611230, 056-61296, 056-611355

    -  โรงพยาบาลวชิรบารมี โทร.

    - โรงพยาบาลโพธิ์ประทับช้าง โทร. 056-689081, 056-689331

    -โรงพยาบาลวังทรายพูน โทร. 056-695123

    - โรงพยาบาลบางกระทุ่ม โทร. 055-391061-2

 

INDEX
<< [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] >>