การใช้เครื่องช่วยหายใจ SCBA

Self Contained Breathing Apparatus

( A19 )

A01

A02

A02-E

A03

A04

A05

A06

A07

A08

A09

A10

A11

A12

A13

A14

A15

A16

A17

A18

A19

A20

A21

A22

A23

A24

A25

A26

A27

A28

A29

A30

A31

A32

A33

A34

A35

ความหมายของคำว่า

เครื่องช่วยหายใจ

1.   ในทางการแพทย์ เครื่องช่วยหายใจหมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ (Respirators)  เช่น  คนหมดสติ, คนที่เป็นโรคปอด ฯลฯ เพื่อเพิ่มปริมาณ  ออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง

2.    ในทางอุตสาหกรรม ความหมายนี้หมายถึง หน้ากากป้องกันไอพิษที่สามารถสวมใส่และสามารถหายใจได้สะดวก (Breathing Protection) นอกจากนี้ยังแบ่งออกเป็น 2 ชนิด  คือ

2.1 ใช้สำหรับหนี (Escaping)   

      หมายถึง    หน้ากากกระเปาะ 

      กรองทุกชนิด    รวมถึงหน้ากาก

      ที่มีแหล่งจ่ายอากาศน้อยกว่า 10

      นาที

2.2  ใช้สำหรับสู้ (Fighting)หรือ ปฏิบัติงาน  หมายถึงหน้ากากที่มีแหล่งจ่ายอากาศมากกว่า 30 นาที ขึ้นไป 

 

 

 

 

 

 

พราะฉะนั้น ถ้าพูดถึงเรื่องนี้กับทางการแพทย์ควรจะใช้คำว่า B.A. (BREATHING APPARATUS) แทนจะดีกว่า เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

 

ทำไมต้องมี B.A.

โดยปกติมนุษย์ทุกคนต้องหายใจด้วยอากาศบริสุทธิ์ ถ้าในอากาศมีออกซิเจนน้อยกว่า 6% หรือขาดอากาศหายใจไม่ถึง 4-6 นาที อาจเสียชีวิตได้ ถ้าเราประสบอุบัติเหตุหรืออยู่ในสถานที่ที่เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งในบริเวณดังกล่าวไม่มีอากาศบริสุทธิ์อยู่ เราอาจกลั้นหายใจเพื่อจะหนีให้พ้นจากสถานที่นั้น  เพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น  เมื่อเรากลั้นไม่อยู่เราก็ต้องหายใจเอาอากาศบริเวณนั้นเข้าไป ทำให้เราหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมาได้  B.A.จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้เรามีชีวิตอยู่รอด และยังสามารถช่วยเหลือบุคคลอื่น หรือปฏิบัติงานได้อีกด้วย

 ผู้ผลิต B.A.

ปัจจุบันมีอยู่ 2 ค่ายใหญ่ๆคือ ยุโรป และอเมริกา ที่ผลิตหน้ากากออกมา ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีมาตรฐานของตัวเองรองรับอยู่ เช่น

กลุ่มของอเมริกา จะมีมาตรฐาน MSHA (Mine Safety and Healthy Association), NIOSH (National Institute for Occupational Safety and Health), NFPA (National Fire Protection Association), ANSI(American National Standard Institute) รองรับ และมีคุณลักษณะพิเศษ คือ ลักษณะของถัง จะเป็น ALUMINIUM หุ้ม WRAPP ด้วย FIBER มีเกจวัดแรงดัน (Pressure Gauge) ติดที่หัวถัง น้ำหนักเบา

 

กลุ่มยุโรป จะมีมาตรฐาน EN รองรับ คุณลักษณะพิเศษคือ ในกลุ่มยุโรปทั้งหมดที่ผลิตหน้ากากป้องกันไอพิษขึ้นมา จะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และจะต้องใช้ทดแทนกันได้ ในส่วนของ กระเปราะกรอง (Filter) หรือถังอากาศ (Cylinder) เป็นต้น

 

 

 

 

 

 

 

อเมริกา

 

 

 

 

ยุโรป

 ตารางเปรียบเทียบ

 

ข้อดี

ข้อเสีย

 

§        ถังอากาศมีน้ำหนักเบา

§    ใช้เป็นมาตรฐานเฉพาะอเมริกา ประเทศเดียว

 

 

 

§        ราคาแพง

§    ใช้อุปกรณ์ทดแทนกระเปาะและถังอากาศ  ของยุโรปไม่ได้

§    การปรับอากาศเข้าหน้ากาก ยังเป็นระบบเก่าอยู่  อุปกรณ์เกะกะ ยุ่งยาก

§     ราคาถูกกว่า

§    ใช้ทดแทนกันในส่วนกระเปาะ ,ถังอากาศ ในกลุ่มยุโรปทั้งหมดได้

§    นำกระเปาะกรอง หรือถังอากาศไปใช้ของอเมริกาไม่ได้

 

หน้ากากป้องกันไอพิษ

Gas Mask

 

 

 

แบบเต็มหน้า

 

 

 

 

 

แบบครึ่งหน้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หน้ากากป้องกันไอพิษ โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2  ชนิด  คือ

1.      หน้ากากป้องกันไอพิษ ชนิดกระเปาะกรอง เป็นหน้ากากที่ใช้ได้ในระยะเวลาสั้น หน้ากากชนิดนี้ยังแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ

§      หน้ากากป้องกันไอพิษ ชนิดกระเปาะกรอง แบบครึ่งหน้า (HALF MASK) หน้ากากชนิดนี้เหมาะที่จะใช้งานกับก๊าซที่ไม่มีอันตรายต่อดวงตา และความเข้มข้นไม่มากนัก หรือใช้กับการกรองฝุ่น

§      หน้ากากป้องกันไอพิษชนิดกระเปาะกรองแบบเต็มหน้า (FULL FACE MASK) หน้ากากชนิดนี้เหมาะที่ใช้งานกับก๊าซที่มีอันตรายต่อดวงตา และความเข้มสูงแต่จะใช้ได้ในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น

กระเปาะกรองถ้าไม่ใช้เลยจะเก็บไว้ได้ 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับมาตรฐานผู้ผลิต แต่ถ้าเกินจากกำหนดแล้วต้องทิ้งไปไม่ควรเก็บไว้

 

2. หน้ากากป้องกันไอพิษชนิดถังอัดอากาศ SCBA( SELF CONTAINED BREATHING APPARATUS) หน้ากากชนิดนี้เป็นหน้ากากป้องกันไอพิษที่นำติดตัวไปได้ สามารถใช้งานต่อเนื่องได้  เป็นเวลาติดต่อกัน ตั้งแต่  30 นาที ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดของถังอากาศและแรงดันที่บรรจุอยู่ซึ่งมี 2 ขนาด คือ 200 บาร์    และ 300 บาร์   หน้ากากชนิดนี้ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งในการกู้ภัย,  การดับเพลิง  และทำงานในสถานที่มีก๊าซพิษ หรือในสถานที่ ที่มีอากาศ น้อย ซึ่งไม่เพียงพอกับการหายใจ

 

ลักษณะของถังอัดอากาศ (CYLINDER)

ถังอัดอากาศโดยปกติจะมีปริมาณขนาดความจุ 6 ลิตรน้ำ  หมายถึงเอาน้ำเติมลงไปในถังอากาศ จะจุน้ำได้ 6 ลิตร  ถังอัดอากาศสามารถอัดอากาศได้ 200-300 บาร์ ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า  วัสดุของถังอัดอากาศเป็นเหล็ก(Steel) อัลลอยด์สตีล Alloy Steel คาร์บอนไฟเบอร์ (Composite)

 

ถังอากาศที่บรรจุแรงดันขนาด 200 หรือ 300 บาร์  สามารถใช้งานได้ตั้งแต่ 30 นาที ขึ้นไป  จนถึง 45 นาที  วิธีการคิดคือ

 

   ปริมาณความจุของถังอากาศ  x  แรงดันอากาศ

                       การใช้อากาศหายใจ / นาที

 

การใช้อากาศหายใจต่อนาทีโดยปกติจะคิด = 40 ลิตร/นาที

 

    6x300        =  1800      =     45 นาที

       40                  40

 

เพราะฉะนั้นถังอากาศขนาดแรงดัน 300

บาร์  จะใช้หายใจได้ 45 นาที  แต่ในทางปฏิบัติ เราไม่สามารถที่จะใช้ได้ครบ 45 นาที เพราะ B.A. ทุกเครื่องจะมีการเตือนเมื่ออากาศในถังลดลงที่ 55 บาร์  ซึ่งจะใช้ได้อีกประมาณ 10 นาที  เมื่อได้ยินเสียงนกหวีดเตือน เราจะต้องรีบออกมาจากสถานที่นั้นทันที เพื่อออกมาเปลี่ยนถังอัดอากาศใหม่ และห้ามใช้ถังอากาศติดต่อกันเกิน 2 ถัง

 

 

 

 

 

 

 

 

 หน้ากากป้องกันไอพิษ  ถือเป็นยุทธภัณฑ์ที่ถูกควบคุมตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ฯ มิฉะนั้นจะต้องถูกดำเนินคดีตาม พรบ.

ผู้ขออนุญาตเป็นส่วนราชการ ตำรวจ หรือ

 

 ทหาร  จะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องขออนุญาต  ถ้าเป็นส่วนราชการทั่วๆไป  จะได้รับการยกเว้นเฉพาะที่พิมพ์ลายนิ้วมือ  ตรวจสอบประวัติ ส่วนเอกสารอื่น ก็จัดตามข้อกำหนด

 

 

ลักษณะเครื่องช่วยหายใจแบบมีถังอากาศติดตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลักษณะทั่วไป

เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับปฏิบัติงานในสถานที่อับอากาศ (Confine Space) บริเวณที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอ  หรือในพื้นที่ที่มีอากาศเป็นพิษ หรือสารที่เป็นอันตรายต่อระบบหายใจ และสุขภาพอนามัย  เพื่อเป็นอุปกรณ์ในการฝึกอบรมดับเพลิง การกู้ภัย การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในบริเวณที่เกิดเหตุเพลิงไหม้  เครื่องช่วยหายใจแบบมีถังอากาศติดตัว สามารถใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 30 นาที  และมีอุปกรณ์หรือชุดข้อต่อที่สามารถต่อเข้ากับหน้ากาก หรืออุปกรณ์ช่วยหายใจฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยในที่เกิดเหตุ High Pressure Hose

 

ลักษณะที่ต้องการ

1.  หน้ากากครอบใบหน้า (Face Piece)

§   เป็นแบบครอบเต็มใบหน้า(Full Face) มีขอบยางป้องกันอากาศรั่วซึมที่อ่อนนุ่ม คุณภาพสูง

§   ทำด้วย Neoprene ,Silicone หรือวัสดุอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกัน

§   ประกอบด้วย Head Harness ซึ่งสามารถปรับให้ได้ขนาดพอเหมาะ ทนแรงดันสูง และสามารถถอดได้รวดเร็วไม่ติดเส้นผม

§   ประกอบด้วย Inhalation และ Exhalation Valve ด้านหน้าเป็น

      เลนส์ใสติดแน่นกับหน้ากาก  ทำ

       ด้วย  POLYCABONATE มอง

       ได้กว้าง  ทนแรงกระแทกและทน

       ความร้อนสูง    ป้องกันการเกิดรอย

       ขีดข่วนได้   และป้องกันการเกิดฝ้า

     ที่จอมองภาพได้

§    มี Speaking Diaphragm สำหรับพูดติดต่องาน หรือวิทยุสื่อสาร โดยไม่ต้องถอดหน้ากาก

 

 

2.       ตัวควบคุมความดัน (Pressure 

        Regulator)

§     เป็นแบบเพิ่มความดัน (Pressure Demand) เพื่อให้ความดันในหน้ากากครอบใบหน้าสูงกว่าความดันปกติเล็กน้อย

§     ตัวควบคุมความดันต้องอยู่ในตำแหน่งที่สะดวกในการใช้งาน

§     มี By-Pass Valve เพื่อเพิ่มปริมาณอากาศเข้าสู่หน้ากาก

§     มี High Pressure Hose ต่อจาก Cylinder เข้าสู่ตัวควบคุมความดัน

§     สามารถติดตั้งอุปกรณ์ หรือชุดข้อต่อ เพื่อต่อเข้ากับหน้ากากหรืออุปกรณ์ช่วยหายใจฉุกเฉิน สำหรับผู้ประสบภัยในที่เกิดเหตุ บริเวณ High Pressure Hose

3.   สัญญาณเตือน (Alarm)

§         ต้องมี Alarm เตือน เมื่อ Pressure

               ลดลง    และเมื่อ Alarm แล้ว จะ

           เหลืออากาศภายในถัง  ซึ่งสามารถ

     ใช้งานได้ไม่ น้อยกว่า 5  นาที  

§     ระบบทำงานของสัญญาณเตือน (Alarm) เป็นนกหวีด และจะต้องสามารถตรวจสอบได้โดยผู้ใช้

4.     มาตรวัดความดัน (Pressure

       Gauge)

ต้องมี Pressure Gauge สำหรับวัดความดันของอากาศ ในถังอย่างน้อย 1 แห่ง

§    Pressure Gauge  ต้องอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่ายในขณะที่ใช้งาน เรืองแสง และสามารถมองเห็นได้ในที่มืด

5.   ถังจ่ายอากาศ (Cylinder) หรือถังเหล็ก

§          เป็นถังอลูมิเนียมอัลลอยด์  หรือ

       วัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า  

       หรือเคลือบด้วยไฟเบอร์กลาส ซึ่ง

 

 

 

 

 

 

วิธีใช้เครื่องช่วยหายใจ

(บางยี่ห้อจะแตกต่างกันบ้าง)

 

 

 

 

            ได้ทำการทดสอบความดัน     โดย

        สถาบันที่เชื่อถือได้   แข็งแรง   น้ำ

        หนักเบา

§        ตัวถังต้องระบุ เดือน/ปี ที่ทดสอบ

และต้องทดสอบมาแล้วไม่เกินครึ่งหนึ่งของระยะเวลาที่ต้องทดสอบ

§     เป็นถังที่มีความจุอากาศไม่น้อยกว่า 6 ลิตร ที่แรงดัน 200 หรือ 300 บาร์  ปริมาณอากาศไม่น้อยกว่า 1200 ลิตร  หายใจได้อย่างต่อเนื่องนานประมาณ 30 นาที

§    บรรจุอากาศที่แรงดันไม่น้อยกว่า 2216 ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว(PSI)  หรือไม่น้อยกว่า 200 บาร์

§    ระยะเวลาของการจ่ายอากาศ  สำหรับการหายใจไม่น้อยกว่า 30 นาที ซึ่งทดสอบโดยสถาบันที่เชื่อถือได้

§    อากาศที่บรรจุภายในถัง ต้องถูกต้องตามมาตรฐาน EN หรือมาตรฐานอื่นที่เชื่อถือได้

6.  มาตรฐาน

มีคุณสมบัติต่างๆ ตรงตามมาตรฐาน EN, MSHA , NIOSH , ANSI  หรือมาตรฐานอื่นที่เชื่อถือได้  เช่น มาตรฐาน ISO 9001

 

วิธีใช้

1.       สวมสายสะพายหน้ากากที่คอ

2.       สะพายถังอากาศ และปรับสายรัดต่างๆ

         เริ่มจากสายรัดเอว และสายรัดไหล่ ให้

       กระชับกับแผ่นหลัง  ในลักษณะหัวถัง

       คว่ำลง

3.       ตรวจดูบายพาสวาล์ว (ตัวสีแดง) ที่ดี-

 

 

 

 

 

         มานต์วาล์ว จะต้องอยู่ในตำแหน่งปิด

        (OFF) เสมอ

4.       เปิดวาล์วที่หัวถังให้สุด  พร้อมกับ

ตรวจดูปริมาณอากาศที่มาตรวัดความ

         ดัน

5.       สวมหน้ากาก   ให้ดึงสายรัดทั้ง 5 จุด

         ไปทางด้านหลัง แล้วสูดลมหายใจทาง

          จมูกอย่างแรงและเร็ว    เพื่อเป็นการ

         กระตุ้น ให้เปิดวาล์วอัตโนมัติ

ข้อควรระวัง

1.  ขณะใช้งาน  บายพาสวาล์ว(ตัวสีแดง)  

     จะอยู่ในตำแหน่งปิด(OFF) อยู่เสมอ

2.   เมื่อมีสัญญาณหวีดดังเตือนขึ้น จะต้อง

      รีบออกจากจุดเกิดเหตุทันที  เพราะจะ

      ใช้ได้อีกไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น

 

เมื่อจะหยุดใช้าน

1. กดปุ่มรีเซ็ท (Reset) ที่ดีมานต์วาล์วเพื่อให้อากาศหยุดไหล  จากนั้นถอดหน้ากาก  โดยใช้นิ้วชี้ผลักสลักของสายรัดดันไปข้างหน้า  จะทำให้สายรัดคลายตัว (อย่าเพิ่งหายใจจนกว่าจะเปิดหน้ากากออก)

2.   ปิดวาล์วที่หัวถัง

3.  ถอดเครื่องช่วยหายใจออก โดยใช้นิ้วหัวแม่มือผลักสลักของสายสะพายดันขึ้นข้างบน  เพื่อสะดวกในการถอด  แล้วปลดสายรัดเอว

4. ทำการปล่อยอากาศที่ค้างอยู่ตามสายให้หมดไป  ให้ค่อยๆหมุนบายพาสวาล์ว(ตัวสีแดง) ไปที่ตำแหน่งเปิด(ON)  โดยดูที่มาตรวัดความดัน หลังจากนั้นให้หมุนกลับมาอยู่ที่ตำแหน่งปิด (OFF) เสมอ

5.   ปลดสลักรัดถังออก  เพื่อนำไปบรรจุ 

อากาศใหม่

 

การบำรุงรักษา

§    ต้องตรวจสอบความแข็งแรงของถัง (Cylinder) ทุกๆ 5 ปี  โดยทำ Hydrostatic Test

§        อากาศต่ำกว่า 100 บาร์  ควรเติมใหม่                                  

 

       

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วิธีใช้เครื่องช่วยหายใจ

(บางยี่ห้อจะแตกต่างกันบ้าง)

 

 

 

สำหรับวัดความดันของอากาศ ในถังอย่างน้อย 1 แห่ง

§    Pressure Gauge  ต้องอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่ายในขณะที่ใช้งาน เรืองแสง และสามารถมองเห็นได้ในที่มืด

6.    ถังจ่ายอากาศ (Cylinder) หรือถังเหล็ก

§    เป็นถังอลูมิเนียมอัลลอยด์  หรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า  หรือเคลือบด้วยไฟเบอร์กลาส ซึ่งได้ทำการทดสอบความดัน โดยสถาบันที่เชื่อถือได้ แข็งแรง น้ำหนักเบา

§        ตัวถังต้องระบุ เดือน/ปี ที่ทดสอบ

และต้องทดสอบมาแล้วไม่เกินครึ่งหนึ่งของระยะเวลาที่ต้องทดสอบ

§     เป็นถังที่มีความจุอากาศไม่น้อยกว่า 6 ลิตร ที่แรงดัน 200 หรือ 300 บาร์  ปริมาณอากาศไม่น้อยกว่า 1200 ลิตร  หายใจได้อย่างต่อเนื่องนานประมาณ 30 นาที

§    บรรจุอากาศที่แรงดันไม่น้อยกว่า 2216 ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว(PSI)  หรือไม่น้อยกว่า 200 บาร์

§    ระยะเวลาของการจ่ายอากาศ  สำหรับการหายใจไม่น้อยกว่า 30 นาที ซึ่งทดสอบโดยสถาบันที่เชื่อถือได้

§    อากาศที่บรรจุภายในถัง ต้องถูกต้องตามมาตรฐาน EN หรือมาตรฐานอื่นที่เชื่อถือได้

6.  มาตรฐาน

มีคุณสมบัติต่างๆ ตรงตามมาตรฐาน EN, MSHA , NIOSH , ANSI  หรือมาตรฐานอื่นที่เชื่อถือได้  เช่น มาตรฐาน ISO 9001

 

วิธีใช้

6.       สวมสายสะพายหน้ากากที่คอ

7.       สะพายถังอากาศ และปรับสายรัดต่างๆ

      เริ่มจากสายรัดเอว และสายรัดไหล่  ให้

      กระชับกับแผ่นหลัง  ในลักษณะหัวถัง

      คว่ำลง

8.       ตรวจดูบายพาสวาล์ว (ตัวสีแดง) ที่ดี-

      มานต์วาล์ว จะต้องอยู่ในตำแหน่งปิด

      (OFF) เสมอ

 

 

9.       เปิดวาล์วที่หัวถังให้สุด  พร้อมกับ

ตรวจดูปริมาณอากาศที่มาตรวัด

       ความดัน

10.    สวมหน้ากาก   ให้ดึงสายรัดทั้ง 5 จุด

      ไปทางด้านหลัง แล้วสูดลมหายใจทาง

       จมูกอย่างแรงและเร็ว    เพื่อเป็นการ

       กระตุ้นให้เปิดวาล์วอัตโนมัติ

 

ข้อควรระวัง

1.    ขณะใช้งาน  บายพาสวาล์ว(ตัวสีแดง) จะอยู่ในตำแหน่งปิด(OFF) อยู่เสมอ

2.  เมื่อมีสัญญาณหวีดดังเตือนขึ้น จะต้อง

     รีบออกจากจุดเกิดเหตุทันที  เพราะจะ

     ใช้ได้อีกไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น

 

เมื่อจะหยุดใช้งาน

6. กดปุ่มรีเซ็ท (Reset) ที่ดีมานต์วาล์วเพื่อให้อากาศหยุดไหล  จากนั้นถอดหน้ากาก  โดยใช้นิ้วชี้ผลักสลักของสายรัดดันไปข้างหน้า  จะทำให้สายรัดคลายตัว (อย่าเพิ่งหายใจจนกว่าจะเปิดหน้ากากออก)

7.   ปิดวาล์วที่หัวถัง

8.  ถอดเครื่องช่วยหายใจออก โดยใช้นิ้วหัวแม่มือผลักสลักของสายสะพายดันขึ้นข้างบน  เพื่อสะดวกในการถอด  แล้วปลดสายรัดเอว

9. ทำการปล่อยอากาศที่ค้างอยู่ตามสายให้หมดไป  ให้ค่อยๆหมุนบายพาสวาล์ว(ตัวสีแดง) ไปที่ตำแหน่งเปิด(ON)  โดยดูที่มาตรวัดความดัน หลังจากนั้นให้หมุนกลับมาอยู่ที่ตำแหน่งปิด (OFF) เสมอ

10. ปลดสลักรัดถังออก  เพื่อนำไปบรรจุ 

อากาศใหม่

 

การบำรุงรักษา

§    ต้องตรวจสอบความแข็งแรงของถัง (Cylinder) ทุกๆ 5 ปี  โดยทำ Hydrostatic Test

§        อากาศต่ำกว่า 100 บาร์  ควรเติมใหม่