โครงการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยในองค์กร

ตามมาตรฐานของสมาคมการดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA

FARA-FS (Fire Safety) Certified และ ASIA - SHE

อาจารย์คณาทัต จันทร์ศิริ  

(A03)ขณะนี้ เอกสาร A03 ถูกปรับเปลี่ยนใหม่แล้ว กรุณาติดตาม click

A01

A02-E

A04

A06

A08

A10

A12

A14

A16

A18

A20

A22

A24

A26

A28

A30

A32

A34

A36

A02

A03

A05

A07

A09

A11

A13

A15

A17

A19

A21

A23

A25

A27

A29

A31

A33

A35

A37

 

มาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย FARA-FS(Fire Safety) Certified เพื่อ ASIA-SHE

โครงการของสมาคมการดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA Fire And Rescue Association เพื่อพัฒนาระบบความปลอดภัยโดยเฉพาะด้าน

การป้องกันระงับอัคคีภัยและการช่วยชีวิต ให้มีมาตรฐานเทียบเท่ากับนานาประเทศ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพองค์รวม” TQM 

Total  Quality Management ให้แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยใช้การฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด  แล้วประเมินมาตรฐานและ

รับรอง ด้วยนโยบาย ใกล้ชิดประดุจมิตรและญาติ

 

เงื่อนไขในการขอรับรองมาตรฐาน FARA –FS Certified

หน่วยงานที่ต้องการมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย FARA-FS จะต้องผ่านการอบรมตามข้อกำหนด 4 หลักสูตรภายใน 1 ปี

(รายละเอียดดูในเอกสาร BO3-B06) พร้อมทั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

เมื่อผ่านการอบรมหลักสูตรที่ 2 (ERT) แล้ว ERT จะต้องดำเนินการอบรมเจ้าหน้าที่ที่เหลือทั้งหมดให้สามารถใช้เครื่องดับ เพลิงเบื้องต้นได้ และ

ERT ทุกคนต้องผ่านการฝึกอบรมงานของ ER อย่างน้อย 6 ครั้ง รวมเวลา  6 ชั่วโมง

เมื่อผ่านการอบรมหลักสูตรที่ 3 (HB) แล้วจะต้องจัดตั้งสภาความปลอดภัยของหน่วยงาน เพื่อดำเนินกิจกรรมด้านการบริหารความเสี่ยง

ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

ต้องจัดทำคู่มือการป้องกันระงับอัคคีภัยและภัยพิบัติของหน่วยงานแจกให้เจ้าหน้าที่ทุกคน

เมื่อผ่านการอบรมหลักสูตรที่ 4 (ED) แล้วต้องดำเนินการซ้อมแผนฉุกเฉินไปตามหน่วยงานย่อยต่างๆให้ได้ด้วยตนเอง

การรับรองมาตรฐานครั้งแรกมีอายุ 3 ปี     ครั้งต่อไปต้องประเมินด้วยการตอบคำถามในเอกสาร  พร้อมกับต้องจัดการอบรม

      หลักสูตร ERT ต่อเนื่องไปจนได้ ERT ครบ 100% (ซึ่งสมาคม FARA จะดำเนินการให้ไม่เกิน 3 รุ่น หลังจากนั้นหน่วยงาน 

      ต้องดำเนินการเอง เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างถาวร)

 

เมื่อผ่าน FARA-FS Certified แล้ว จะได้รับ ASIA-SHE Certificate 1 (Safety in case of emergency)

 

เกณฑ์ขั้นต้นสู่มาตรฐานฯ

 

1.    ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัยขั้นต้น จนถึงขั้นปานกลาง ( Fire Extinguisher & Fire Hose System )

      ตามมาตรฐานที่กำหนด

2.    มีป้ายสื่อความปลอดภัย ( Safety Sign )  ให้ครบถ้วนชัดเจน และมีรูปแบบเป็นสากล

3.    มีแผนฉุกเฉิน ( Emergency Plan & Evacuation Drill )พร้อมบุคลากรรับผิดชอบ  ERT Emergency

        Response Team  และเคยฝึกปฏิบัติมาแล้ว อย่างสม่ำเสมอ โดยมีคู่มือที่กำหนดรายละเอียดครบถ้วน มอบให้

      เจ้าหน้าที่ทุกคน

 

เกณฑ์ขั้นต้นทั้ง 3 ข้อนี้  จะต้องถูกกำหนดเป็นนโยบายของหน่วยงานที่ขอมาตรฐาน และดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามกำหนดในคู่มือฯ ( เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการ

ป้องกันและบรรเทาภัย  ควรปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ 12 ขั้น ของ FARA-FS  ในเอกสาร B02  โดยขอได้จากสมาคมฯ FARA )

 

ขั้นตอนปฏิบัติเพื่อให้ได้มาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย

1.        สำรวจตรวจตรา

2.        จัดหาเครื่องมือ

3.        ฝึกปรือผู้ใช้

 

วิธีดำเนินงาน เพื่อเป็นองค์กรปลอดภัย

 

จัดคนรับผิดชอบ

ตรวจสอบงบประมาณ

ตรวจอาคารสถานที่

ตรวจอีกทีแผนเดิม

5  ทำเสริมแผนใหม่

มุ่งทำไปให้ต่อเนื่อง

 

วิธีดำเนินงาน

 

1.จัดคนรับผิดชอบ

หน่วยงานต้องแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเป็นทางการ ( โดยคำสั่งจากผู้

บริหารสูงสุดขององค์กรเป็นลายลักษณ์อักษร ) เพื่อจัดทำแผนแม่บท

ในการป้องกันระงับอัคคีภัยและการช่วยชีวิต(ธรรมนูญความปลอดภัย)

ซึ่งควรมีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก   ( ที่เป็นสมาชิก  หรือ ใช้มาตรฐาน

NFPA National Fire Protection Association , USA.)สำหรับเรื่อง

อัคคีภัย และใช้มาตรฐาน APFA Asia Pre-Hospital And

Fire Rescue Federation Association  สำหรับเรื่องการช่วยชีวิต

 เข้าร่วมในคณะทำงานนี้ด้วย เพื่อให้ แผนสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมี

ประสิทธิภาพที่สุด ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก  อาจเชิญได้จาก

สมาคมการดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA , หน่วยดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร 

และหน่วยดับเพลิงของท้องถิ่น ( ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ผ่านการรับรอง  มาตรฐาน

NFPA , APFA หรือเทียบเท่า ) ฯลฯ

   หลักสำคัญในการบริหารบุคลากร คือ ต้องตั้งเป้าหมายให้คน

ในองค์กรสามารถดำเนินการเองได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพสูง และ

   มีนโยบายที่ชัดเจนต่อเนื่องจนยั่งยืน โดยสมาคมฯ FARA ได้กำหนด

วิสัยทัศน์-พันธกิจ  ให้กับองค์กรที่ต้องการพัฒนามาตรฐาน  คือ 

( ภาพที่ 1 )

 



ทำได้เมื่อภัย (งาน) มา

มีความรู้  มีความพร้อม ฝึกซ้อมเสมอ

‚

รู้ปัญหาเพื่อแก้ไข

สำรวจค้นหาความเสี่ยง ประเมิน และร่วมกันแก้ไข

ƒ

เป็นขวัญกำลังใจ

เอื้อเฟื้อ อาทร ใส่ใจ และเอาใจใส่ผู้ร่วมงาน

„

เพื่อให้รักสามัคคี

ทุกเป้าหมายต้องก่อให้เกิดความรัก และเกื้อกูลกันตลอดไป

 

2.  ตรวจสอบงบประมาณ

ควรตรวจสอบงบประมาณที่มีอยู่แล้ว หรือคาดว่าจะมีเพิ่มเติมมาในอนาคต เพื่อจะได้เลือกแผนการทำงานที่เหมาะสมได้โดยทันที เช่น

2.1    ถ้ามีงบประมาณมากพียงพอ  ให้จัดหาอุปกรณ์ทั้งหมดที่กำหนดไว้ตามมาตรฐานโดยทันที แล้วจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ให้รู้

      และเข้าใจวิธีใช้อุปกรณ์เหล่านั้น  และการบริหารแผนการป้องกัน-ระงับอัคคีภัยและการช่วยชีวิตอย่างสมบูรณ์

2.2  มีงบประมาณปานกลาง  ก็ให้จัดซื้ออุปกรณ์เท่าที่จำเป็น  และตั้งงบประมาณผูกพันระยะกลาง ( ภายใน 3-5 ปี )  สำหรับจัดซื้อ

        อุปกรณ์ที่เหลือ  แต่ต้องใช้งบประมาณบางส่วนที่มีนั้น  จัดการฝึกอบรมบุคลากรให้มีความรู้เป็นประการสำคัญ  พึงระลึกเสมอ

      ว่า คนนำเครื่อง    คนมีความรู้ สามารถปฏิบัติได้ดีกว่าคนมีเครื่องมือมากมายแต่ใช้ไม่เป็น

2.3    มีงบประมาณน้อยมาก  ก็ควรใช้ไปในการพัฒนาบุคลากรก่อน  โดยจัดให้มีการฝึกอบรม (โดยผู้ฝึกอบรมต้องมีมาตรฐานและเข้าใจ ข้อกำหนดของ

 HA. Hospital Accreditation สำหรับโรงพยาบาล หรือมาตรฐานอื่นๆ ที่องค์กรต้องการ  เช่น    ISO 14001,   ISO(TIS)18001ทำการรณรงค์ให้ความรู้และ

ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้บุคลากรเหล่านั้นสามารถใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยกำหนดตารางการปฏิบัติเป็นทางการ และต้องมีการประเมินผล

 

3.  ตรวจอาคารสถานที่

สำรวจอาคารและโครงสร้างกายภาพทั้งหมด  โดยคณะทำงานขององค์กรและผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย   จากหน่วยงานมาตรฐานแล้วปรับปรุง

ระบบความปลอดภัยให้เป็นไปตามข้อกำหนด  ดังรายการต่อไปนี้ :

 

3.1  หาพื้นที่เสี่ยง (Risk Area) ต่อการเกิดเหตุเพลิงไหม้หรือภยันตรายต่างๆ เช่น อาคารแตกร้าว , ทรุด แล้วกำหนดแผนการแก้ไขเป็นรูปธรรม อย่างสม่ำเสมอ

3.2  จัดตั้งกองบัญชาการแผนฉุกเฉิน (Emergency Rescue Room) (บก.แผน)(ต้องมีที่เดียว) ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

หากมีอยู่แล้วให้ปรับปรุงตามความเหมาะสม (อ่านรายละเอียดคุณสมบัติ บก.แผน  ได้ที่เอกสาร A17)

3.3  กำหนดจุดรวมพล (Assembly  Area) และจุดปลอดภัย(Safe Area)  ใช้เป็นพื้นที่เพื่อตรวจสอบหาผู้ติดค้าง  ที่สามารถรองรับการอพยพ

ได้อย่างเหมาะสมหากมีอยู่แล้วให้ปรับปรุงบำรุงรักษา (ควรมีไม่น้อยกว่า 2 จุด แต่ไม่เกิน 4 จุด)  ใช้คราวละจุดเดียว

3.4  กำหนดเส้นทางอพยพหนีไฟ ( Access Route) ทั้งบุคคลและทรัพย์สิน  จากทุกๆจุดของพื้นที่ , จุดติดตั้งกล่อง ERT (ERT Box) แล้วจัดทำ

แผนผังเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการและเจ้าหน้าที่ได้รับทราบทั่วกัน

3.5  กำหนดเส้นทางการจราจร (Traffic Route) ในหน่วยงาน   โดยมุ่งเน้นให้สามารถใช้ได้เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้หรืออุบัติภัยต่างๆ    ซึ่งจะต้องกำหนด

ทิศทางการจราจร, กำหนดบริเวณที่จอดรถดับเพลิง ซึ่งต้องมีแหล่งน้ำสนับสนุน,  บริเวณที่จอดรถบันได บริเวณที่จอดรถฉุกเฉินต่างๆ ฯลฯ , ประตูทางเข้า-ออก และ

ประตูฉุกเฉินหากทางเข้า-ออกใช้ไม่ได้  เป็นต้น

   3.6  จุดติดตั้งอุปกรณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยอื่นๆ ที่เหมาะสมกับสถานที่และงบประมาณ   เช่น  เครื่องตรวจจับควัน และ

           ความร้อน( Smoke / Heat Detectors) ,สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm), หัวฉีดน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ ( Sprinkler),

           แผงควบคุมระบบเตือนภัย( Fire Control Panel ) , ไฟฉุกเฉิน ( Emergency light )  มีจำนวนเพียงพอ  และสามารถใช้งาน

        ได้หรือไม่ ฯลฯ

  3.7  จุดติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง  ทั้งเพลิงไหม้เบื้องต้น (ถังดับเพลิงแบบยกหิ้ว Portable Fire Extinguisher)  และเพลิงไหม้ขั้นรุน-

        แรง ( ระบบสายฉีดน้ำดับเพลิง ) แหล่งเก็บน้ำสำรอง,ปั๊มน้ำดับเพลิง (ดูรายละเอียดในข้อ 1 เกณฑ์ขั้นต้นฯ)

3.8    จุดติดตั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่น   อาทิ  รอกหนีไฟ ( Fire Escape Device ) เพื่อใช้นำคนลงจากที่สูง , ท่อผ้าหนีไฟ ( Chute ) ,

      เครื่องช่วยหายใจ ( BA.) ที่กฎหมายกำหนดให้มีเพื่อปฏิบัติงานในบริเวณที่ขาดอากาศได้, เบาะลมช่วยชีวิต ( Air Cushion ),

      ขวาน, ฆ้อนปอนด์,เชือก, เปลหาม, หน้ากากฉุกเฉิน, บันไดสำหรับพาดระเบียง เข้าช่วยเหลือผู้ติดค้างบริเวณชั้น 2 , เปลผ้าใบ

      (Soft Stretcher),  อุปกรณ์ทางการแพทย์  และยาที่จำเป็น ฯลฯ

  3.9  จุดติดตั้งกล่อง ERT (ERT Box) คือ กล่องรองรับบัตรประจำตัวผู้เข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่อันตราย

  3.10 ป้ายสื่อความปลอดภัย (Safety Sign) และป้ายประชาสัมพันธ์ภยันตรายต่างๆ  เช่น ป้ายทางออก(Exit), ป้ายทางออกฉุกเฉิน

 (Emergency Exit) ,  ป้ายทางหนีไฟ (Fire Exit) ,  ป้ายทางตัน (No Exit) ,  ป้ายจุดติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง (Fire    Extinguisher) , ป้ายจุดติดตั้ง

สัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉิน (Fire Alarm) , ป้ายบริเวณเก็บวัตถุอันตราย (Hazardous Material) , ป้ายจุดติดตั้งรอกหนีไฟ(Fire Escape Device) ,

ป้ายบอกชั้น(Level) ,ป้ายห้องหรือแผนกต่างๆ  ฯลฯ ซึ่งต้องอ่านได้ชัดเจน ทุกมุม ทั้งกลางวันกลางคืน (สูงไม่ต่ำกว่า 2 เมตร)

3.11 ระบบการติดต่อสื่อสาร(Communication) เพื่อให้ทุกคนในหน่วยงานได้รับข่าวสารฉุกเฉินโดยทันที  อาทิ  ระบบเสียงตามสาย,  

         หอกระจายข่าว , ระบบวิทยุสื่อสาร,  ระบบติดต่อภายใน (Intercom), ระบบโทรศัพท์ , ระบบโทรทัศน์วงจรปิด ,

       โทรศัพท์มือถือ , รถกระจายเสียง หรือแม้แต่

       เครื่องขยายเสียงที่ใช้แบตเตอรี่ เป็นต้น สำรวจว่า มีจำนวนเท่าใด เพียงพอหรือไม่ เนื่องจากภาวะฉุกเฉินจะได้รับการตอบสนอง

       อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ก็ด้วยระบบการสื่อสารเหล่านี้

 

 4. ตรวจอีกทีแผนเดิม

ทุกองค์การ จะต้องมีแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยอยู่แล้วอย่างแน่นอน แต่อาจไม่ได้นำมาปฏิบัติ  หรือ แผนฯนั้น อาจไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน

ที่ทุกหน่วยงานกำลังมุ่งเน้นไปสู่เป้าหมายแห่งการเป็นองค์การที่มีคุณภาพมาตรฐาน ดังนั้น จึงควรนำแผนฯเดิมมาวิเคราะห์ และหาทางปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้

สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม นำมาปฏิบัติได้ทันที โดยมุ่งเน้นการพึ่งพาตนเอง และการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกคน

 

 5.  ทำเสริมแผนใหม่

การจัดทำแผนการ (โครงการ) ป้องกันและระงับอัคคีภัยในหน่วยงานขึ้นใหม่นั้น จะต้องมีการวางแผนกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการ

อย่างมีระบบ กำหนดจุดหมายปลายทาง (ENDS) และแนวทางการดำเนินงาน (Means) ให้ชัดเจนและสอดคล้องกับการพัฒนาองค์กร ซึ่งเราควรศึกษาและเรียนรู้การบริหารจัดการแผนใหม่ สำหรับองค์การที่กำลังพัฒนาคุณภาพ ซึ่งจะได้นำเสนอเป็นตัวอย่างพอสังเขป ดังต่อไปนี้  โดยที่บางส่วนอาจไม่สามารถนำมาใช้ในการทำแผนป้องกันอัคคีภัยก็ตาม

5.1  กำหนดเจตนารมย์เชิงกลยุทธ์

5.2  การวิเคราะห์สถานการณ์

5.3  การกำหนดกลยุทธ์และการกำหนดแนวทางปฏิบัติ

5.4  การวางแผนและการบริหารแผน (โครงการ)

 

5.1 กำหนดเจตนารมย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Intent) อันมี

     5.1.1   วิสัยทัศน์ (Vision) เพื่อกำหนดสภาพในอนาคตของการป้องกันอัคคีภัย อันแสดงถึงลักษณะที่ปลอดภัยที่สุด ที่ทุกคน

                ปรารถนา

     5.1.2   พันธกิจ (Mission) ที่กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบ  มาตรฐานทั้งพฤติกรรมและจริยธรรม

     5.1.3   จุดมุ่งหมาย (Goals) ที่มีผลลัพธ์ด้านต่างๆคือ

-          ความรับผิดชอบสาธารณะ (Public Responsibility)

-          การใช้ทรัพยากร (Capital & Financial Resources)

-          นวัตกรรม (Innovation)

-          พัฒนาการจัดการ (Managerial Performance and Development)

    5.1.4   วัตถุประสงค์ (Objectives)

           คือผลงานที่แต่ละหน่วยงานจะต้องปฏิบัติเพื่อให้บรรลุสู่จุดมุ่งหมายที่กำหนดโดยมีองค์ประกอบ

     1.  คุณลักษณะของงาน (attributes) 

     2.  ตัวชี้วัด (Index or Indicators)

     3.  เป้าหมาย (target)

    4.  ห้วงเวลา (timeframe)

      5.1.5  กลยุทธ์และกลวิธี (Strategies and tactics)

                กลยุทธ์เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผน  ส่วนกลวิธีเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงาน ซึ่งมีวิธีปฏิบัติสวนทางกัน 

                 ตามภาพที่ 2

 

5.2  การวิเคราะห์สถานการณ์

แนวคิดในการวิเคราะห์สถานการณ์แบบตะวันออก

-     ตำราพิชัยสงครามของชุนวู ที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านต่างๆอย่างแยบยล เช่น  รู้เขารู้เรา  รบร้อยครั้งมิพ่าย 

      “ การสู้รบที่ชาญฉลาดที่สุด คือรบน้อยที่สุดแนวคิดในการวิเคราะห์สถานการณ์แบบตะวันตก

-     ตัวแบบพื้นฐานในการวางแผนกลยุทธ์ของ Harvard Business school

        :   มุ่งเน้นการกำหนดกลยุทธ์ด้วยการประมวลสภาพแวดล้อมภายนอกและการวิเคราะห์สภาพภายในกิจการ

 

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก

1.       จุดมุ่งหมายเพื่อพิจารณา

:  โอกาส (Opportunities)

:  ข้อจำกัด (Threats)

 

2.       ขอบเขต : สภาพแวดล้อมทั่วไป ใช้วิธี  PEST ANALYSIS  เพื่อพัฒนา

      P = Politic & Policy  กฎเกณฑ์ของรัฐนโยบาย 

      E = Economics เศรษฐกิจ งบประมาณ

      S = Socio – Cultural สังคม วัฒนธรรม จิตวิญญาณ

      T = Technology วิทยาการ ที่ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา

 

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน

1.       จุดมุ่งหมายเพื่อพิจารณา วิเคราะห์ ทรัพยากร และ สมรรถนะขององค์การ ในการใช้ทรัพยากรเพื่อประเมิน

:   จุดแข็ง (Strengths)

:   จุดอ่อน (Weaknesses)

2.       ขอบเขต : เพื่อพิจารณา

     :    ปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Critical Success factors) อันมี

1.       คุณลักษณะของกิจการหรือปัจจัยหลักในการดำเนินกิจการ

2.       ตำแหน่งในการแข่งขัน หรือตำแหน่งที่อยู่บนเส้นทางสู่เป้าหมาย

3.       สภาพแวดล้อมทั่วไป

4.       การพัฒนาองค์การ

 

     :   โซ่ร้อยค่านิยม (Value chain) มุ่งวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างค่านิยมของลูกค้ากับกิจการ เช่น ลูกค้ามีความนิยมและ

         ภูมิใจที่ใช้บริการ หรือผลิตภัณฑ์จากองค์การที่เห็นคุณค่ามนุษย์ในด้านความปลอดภัย

     :    กระบวนการหลักและระบบงาน (Core business processes and systems)

 

การประเมิน จุดแข็ง(Strengths) ,จุดอ่อน (Weaknesses) ,โอกาส (Opportunities) และข้อจำกัด (Threats)  ,

 

SWOT  MATRIX

เพื่อให้การประเมินเป็นไปอย่างครอบคลุม จึงจำเป็นต้องใช้ผลการประมวลข้อมูลด้านต่างๆ มาสรุปและวิเคราะห์

(ในองค์กรธุรกิจทั่วไป จะใช้ การบันทึกคะแนนอย่างมีดุลยภาพ” (Balanced Scorecard) ประกอบกับการประเมินทรัพยากร )

โดยพิจารณา จาก 5 ประเด็นหลัก คือ

 

1.       ด้านการเงิน    : มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ,การหารายได้ ,งบประมาณ

2.       ด้านลูกค้า      : บริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า ถูกกว่า รวดเร็วกว่า

3.       ด้านปฏิบัติการ : การพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน

4.       องค์การ        : บทบาทผู้นำ , การเรียนรู้ในองค์การ , สมรรถนะในการปรับตัว

5.       ทรัพยากร      : ระบบคน , ระบบทุน & ปัจจัย ,ระบบสารสนเทศ

 

การจัดทำ SWOT MATRIX

วิเคราะห์สภาพแวดล้อมต่างๆโดยกำหนดหัวข้อขึ้นมา 5-10 รายการ ดังตัวอย่างตารางต่อไปนี้

 

 

ประเด็น

ภายใน

ภายนอก

 S  จุดแข็ง

 W  จุดอ่อน

 O  โอกาส

  T  ข้อจำกัด

1.       ด้านการเงิน 

-          มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

-          การหารายได้

-          งบประมาณ

2.       ด้านลูกค้า

-          การบริการ / ผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า

-          ราคาถูกกว่า

-          รวดเร็วกว่า

3.       ด้านปฏิบัติการ

-          การพัฒนาคุณภาพ

-          การพัฒนาตลาด

 

 

 

 

 

4.       องค์การ

-          บทบาทผู้นำ

-          การเรียนรู้ในองค์การ

-     สมรรถนะในการปรับตัว

5.  ทรัพยากร

-          ระบบคน

-          ระบบทุน & ปัจจัย 

-     ระบบสารสนเทศ

 

 

 

 

 

5.3    การกำหนดกลยุทธ์และการกำหนดแนวทางปฏิบัติ

: บทสรุปจากตาราง  SWOT MATRIX

: กำหนดกลยุทธ์โดยใช้ Balanced Scorecard

: ความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์กับการนำไปปฏิบัติ

: กำหนดแนวทางปฏิบัติโดยใช้   7 S  Framework (The Mekinsey)


. บทสรุปจากตาราง SWOT MATRIX

 

 ( ภาพที่ 3 )

พิจารณาตาราง SWOT MATRIX  จะพบว่ามีกลยุทธ์ที่สำคัญ คือ

1.  รุกไปข้างหน้า                     :  SO  Strategies  ใช้จุดแข็งภายใน กับโอกาสภายนอก  รีบเร่งรุกไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลัง

                                               เช่น พัฒนาการบริการผลิตภัณฑ์  การตลาด  การขาย  ฯลฯ

2.  การปรับภายนอก               :  ST  Strategies ใช้จุดแข็งภายในปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับข้อจำกัดภายนอก  เช่น

   สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับ Suppliers  สร้างพันธมิตร (ดึงศัตรู เป็นมิตร) ฯลฯ

3. การพัฒนาภายใน               :  WO  Strategies  ใช้โอกาสภายนอกที่เหมาะสม พัฒนาจุดอ่อนภายใน เช่น พัฒนาทรัพ-

   ยากรมนุษย์ด้วยการเรียนรู้ , วิจัยและพัฒนาคุณภาพ , พัฒนาระบบการบริหาร เพื่อการ

   เปลี่ยนแปลง ฯลฯ

4. การปรับเปลี่ยนภายใน        :  WT  Strategies  ใช้กลยุทธ์ที่แยบยล  อดทน และระมัดระวัง ปรับเปลี่ยนภายในให้เหมาะ

                                   สมกับอุปสรรคและข้อจำกัดภายนอก  เช่น การจัดระบบ Inventory , การลดต้นทุน,  การ

                                   ปรับปรุงกระบวนการ ฯลฯ

 

ข.     กำหนดกลยุทธ์

     โดยใช้ Balanced Scorecard

 

 ( ภาพที่ 4 )

 

                ตารางตัวอย่างการให้คะแนน

 

 

ดีสุด ให้ 100 คะแนน ไม่ดี 0 คะแนน

การเงิน

100

0

 

คะแนนยิ่งสูงยิ่งดี

นั่นหมายความว่า จะต้องประมวลข้อมูล

ให้ถูกต้องที่สุด และหากคะแนนกลุ่มใดต่ำ

ก็ควรปรับปรุง และพัฒนาอย่างเร่งรีบ

ลูกค้า

100

0

การปฏิบัติการ

100

0

พัฒนาองค์กร

100

0

ทรัพยากร

100

0

 

ค. ความสัมพันธ์ระหว่าง กลยุทธ์กับการนำไปปฏิบัติ

:  การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ มีความสำคัญเช่นเดียวกับการกำหนดกลยุทธ์  อีกทั้งมีความสัมพันธ์กันโดยตรง  ผู้บริหารจะต้องมีความ

   เข้าใจในการกำหนดแนวทางการนำแผนไปปฏิบัติที่ได้ผลดี   มิฉะนั้นจะเกิดความสูญเสียขององค์การ ดังแสดงไว้ในตารางความ 

   สัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์กับการดำเนินงานต่อไปนี้

 

( ภาพที่ 5 )

 

ง.  กำหนดแนวทางปฏิบัตโดยใช้ 7S  Framework

 

( ภาพที่ 6 )

 

S1

Strategy (กลยุทธ์)

กลยุทธ์ด้านต่างๆที่กำหนดขึ้นด้วยความชัดเจน สอดคล้องสถานการณ์ สามารถนำไปปฏิบัติได้

S2

Structure (บทบาท)

กำหนดแนวทางการปฏิบัติงาน การแบ่งงาน อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของทีมงาน

S3

Systems (ระบบ)

การกำหนดกระบวนการทำงานแต่ละด้าน และการเชื่อมโยงกระบวนการระหว่างกลุ่มงาน

S4

Style    (แนวคิด)

การปรับเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางในการทำงานของพนักงาน ให้เป็นไปตามกลยุทธ์

S5

Staff    (ทีมงาน)

การพัฒนาพนักงานในด้านต่างๆที่จำเป็น รวมทั้งการสร้างพลังในการทำงานเป็นทีม

(Empowerment)

S6

Skills  (ทักษะ)

การเพิ่มพูนความรู้ และทักษะเฉพาะด้านที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานให้มีประสิทธิผล

S7

Shared Values

(ค่านิยมร่วม)

การสร้างค่านิยมร่วมขององค์การ และพนักงาน โดยยึดเอาเจตนารมย์เชิงกลยุทธ์เป็นธงชัย  ด้วยแนวทางการรณรงค์ที่สำคัญ อันนำไปสู่การสร้างพลังความร่วมมือ

 

5.4   

 

  การวางแผนและการบริหารแผน (โครงการ)

        .   ความจำเป็นและความสำคัญของโครงการ

ข.      ประเภทและคุณลักษณะเฉพาะของโครงการ

ค.      การจัดทำเอกสารแผน

 

ก.       ความจำเป็นและความสำคัญของแผน(โครงการ)

เหตุผลที่ต้องใช้  โครงการ เป็นกลวิธีในการจัดการ ก็เพราะ

: ปัญหาการบริหารซับซ้อนมากขึ้น

: ลูกค้าเปลี่ยนแปลงความต้องการ

: ทรัพยากรมีมูลค่าสูงขึ้น

: การพัฒนาคุณภาพในการจัดการ

: การรับมือกับกลไกใหม่ของการแข่งขันในยุคโลกาภิวัฒน์

 

ข.       ประเภท และคุณลักษณะเฉพาะของโครงการ

1.       โครงการปรับปรุงแก้ไขปัญหา (Improvement Project)

2.       โครงการริเริ่ม หรือนวัตกรรม (Innovative Project)

3.       โครงการวิจัย & พัฒนา  (Research & Development Project)

 

การวางแผนโครงการ

การวางแผนโครงการ เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่าง กลยุทธ์ กับการดำเนินงานแผนโครงการ ถือเป็นข้อกำหนดที่สำคัญสำหรับการวางแนวทางในการบริหาร และจัดการโครงการ  ซึ่งจะต้องใช้เครื่องมือดังต่อไปนี้

ก.       กระบวนการแก้ปัญหา ( ปัญหาสาเหตุจุดมุ่งหมาย - วิธีแก้  คืออะไร? )

ข.       กำหนดรายละเอียดของวิธีการ ( Why – What – Where – When – Who – Whom – How – How much )

ค.       ความคิดสร้างสรรค์

ง.        การตัดสินใจ

 

.  การจัดทำเอกสารแผน

     มีคำกล่าวเสมอว่า  คิดแผนเป็น เขียนหนังสือได้ ก็ย่อมจะเขียนแผนได้เสมอ  เพียงแต่ว่าควรใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมา  หลีกเลี่ยง

    การใช้สำนวนที่เข้าใจยาก  คิดชื่อแผนหรือโครงการ  โดยระบุชื่อตรงกับวัตถุประสงค์  ถ้าจำเป็นต้องใช้ชื่อ รหัส  (Code Name)  

    ต้องสามารถสื่อความได้เข้าใจตรงกัน  ส่วนเนื้อหาของโครงการควรครอบคลุมหัวข้อต่อไปนี้

1.       หลักการและเหตุผล  ระบุ

:  ความเป็นมาของแผน / โครงการ

:  ปัญหา และสาเหตุ

:  ผลเสียหาย ถ้าไม่แก้ไข

:  ความสำคัญตามกลยุทธ์

2.       วัตถุประสงค์

:  ระบุผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการดำเนินงานตามแผน หรือโครงการแล้วเสร็จ

:  ใช้คำเริ่มต้นว่าเพื่อ …………..”

:  ถ้ามีผลลัพธ์หลายด้าน ให้แยกเป็นข้อๆ

3.       เป้าหมาย  ระบุ

:  ตัวชี้วัด  วัตถุประสงค์ เพื่อรู้ระดับผลสำเร็จ

:  เวลา  ปริมาณ  คุณภาพ  พื้นที่

:  หรือลักษณะการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ

4.       วิธีดำเนินงาน  ระบุ

:  งานที่จะทำในแผนหรือโครงการ

:  กิจกรรมที่จะต้องดำเนินการในแต่ละงาน

:  เรียงลำดับกิจกรรมตามขั้นตอนในแต่ละกลุ่มงาน

5.       ระยะเวลาการดำเนินงาน  ระบุ

:  ระยะเวลารวม  ให้ตรงกับเป้าหมาย

:  ระยะเวลาในการดำเนินงานแต่ละด้าน

:  ควรทำตารางเวลาการปฏิบัติงาน  (Schedule)

6.       สถานที่ หรือพื้นที่ดำเนินงาน  ระบุ

:  สถานที่ หรือพื้นที่ หรือกลุ่มงาน ตามสภาพที่เป็นจริง

7.       งบประมาณ

:  คำนวณ หรือคิดค่าใช้จ่ายตามรายการของงานในแต่ละกิจกรรมโดยละเอียด

:  ระบุรายการของงบประมาณ  และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามระเบียบของหน่วยงาน

:  คำนึงเรื่องความเหมาะสมของค่าใช้จ่าย

8.       ผู้รับผิดชอบ

:  ตัวบุคคล หรือหน่วยงาน ที่จะรับผิดชอบโครงการทั้งหมด

:  ตัวบุคคล หรือหน่วยงาน ที่จะรับผิดชอบงานแต่ละด้าน

9.       การติดตามประเมินผล  ระบุ

:  แนวทางในการติดตามผลการดำเนินงาน

:  แหล่งข้อมูลที่จะใช้ในการติดตาม  ตรวจสอบผลงานว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายหรือไม่

    10.    ผลที่คาดว่าจะได้รับ

:  เป็นการคาดการณ์ถึงผลที่เกิดขึ้นภายหลังจากงานสำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่กำหนด

:  ผลโดยตรงคืออะไร  และผลโดยอ้อมคืออะไร

 

 6.  มุ่งทำไปให้ต่อเนื่อง (CQI Continuous Quality Improvement)

ความล้มเหลวของโครงการ หรือแผนใดก็ตาม  มักมีปัจจัยสำคัญอยู่ที่การขาดความต่อเนื่องสู่เป้าหมายที่ยั่งยืน  ซึ่งมีพฤติกรรมหลักคือ งด”, “เลื่อน” , “แชเชือนและบิดเบือนเป้าหมายเดิม  ดังนั้น หากหน่วยงานใดปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จในการเป็น องค์กรที่ปลอดอัคคีภัย อันเป็นองค์ประกอบสำคัญของโรงพยาบาลที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน HA. หรือองค์กรมาตรฐาน ก็ควรหาลู่ทางปฏิบัติให้แผนฯ ที่วางไว้อย่างดีแล้วนั้น ดำรงและดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องตลอดไป  เฉกเช่นเดียวกับ การหายใจของมนุษย์ ที่หยุดเมื่อใด คือตายเมื่อนั้น

 

ขยายความ เกณฑ์ขั้นต้นสู่มาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย FARA-FS (Fire Safety) Certified

 

ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัยขั้นต้นจนถึงขั้นปานกลางอย่างถูกต้อง

1.1     ติดตั้งเครื่องดับเพลิงแบบมือถือ (Portable Fire Extinguisher) แต่ละประเภท ให้เหมาะสมกับพื้นที่ และวัตถุเชื้อ

 เพลิง  เช่น ในห้องที่ต้องการความสะอาด  ห้ามใช้เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง และเครื่องดับเพลิงที่ทำให้เกิดสารพิษ

 หรือสกปรก เป็นอันขาด  อาทิ  ห้องผ่าตัด (OR)  ห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) ห้องฉุกเฉิน (ER)  อาคารผลิตอาหารหรือยา     

 ห้องเก็บหรือผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าละเอียดอ่อน ห้องอื่นที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ฯลฯ ให้ใช้เครื่องดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์-     

 บอนไดออกไซด์ หรือน้ำยาเหลวระเหยที่ไม่มีสารพิษ CFC   และใช้น้ำ หรือโฟม ในบริเวณที่เชื้อเพลิงมีลักษณะเป็น

 ของแข็งเชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ยาง ไม้ ผ้า กระดาษ พลาสติก ฯลฯ

1.2     จำนวนเครื่องดับเพลิงซึ่งมีประสิทธิภาพในการดับเพลิง ไม่ต่ำกว่า 6A-10B

       ไม่น้อยกว่า 1 เครื่องต่อพื้นที่ 200 ตร.เมตร( สำหรับองค์กรที่มีความเสี่ยงขั้นปานกลาง )

1.3   จำนวนเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่า 1 เครื่อง ต่อระยะห่างไม่เกิน 20 เมตร

1.4   ห้ามติดตั้งเครื่องดับเพลิงสูงจากพื้น ( วัดถึงส่วนสูงสุดของเครื่องฯ )   เกินกว่า 140 .. สำหรับเครื่องที่มีน้ำหนักเบา  (ไม่เกิน 10 กิโลกรัม)  ,

         และห้ามติดตั้งเครื่องดับเพลิงขนาดหนัก(เกิน 10 กิโลกรัม) สูงกว่า 90 ซม. โดยเฉพาะเครื่องดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์   

         ในหลายๆ ประเทศนิยมตั้งเครื่องดับเพลิงไว้บนพื้น โดยมีถาดรอง เพื่อให้ สามารถหยิบใช้ได้โดยสะดวกทุกคน

1.5 ต้องมีระบบดับเพลิงเพื่อรองรับเพลิงไหม้ขั้นปานกลาง ถึงขั้นรุนแรง  อาทิ      ม้วนสายยางฉีดดับเพลิง (Fire Hose Reel ) ,

 สายฉีดดับเพลิงแบบแขวน (Fire Hose Rack) , ม้วนสายส่งน้ำดับเพลิง (Fire Delivery Hose), สาฉีดน้ำดับเพลิง (Fire Fighting Hose) , 

 สายสูบน้ำดับเพลิง (Suction  Hose)  พร้อมทั้งมีแหล่งเก็บน้ำดับเพลิง(Water Tank) , เครื่องสูบน้ำ  ดับเพลิง  (Fire Pump) ,

 ท่อทางจ่ายน้ำดับเพลิง  (Fire  Hydrant) , ท่อรับน้ำดับเพลิง ( Inlet Valve)

 

2.  มีป้ายสื่อความปลอดภัย ( Safety Sign )

     ที่ต้องจัดให้มีเพียงพอ สามารถมองเห็นได้

     ชัดเจนทุกมุม ในระยะไกล

     ทั้งเวลากลางวัน และกลางคืน ส่วนใหญ่ คือ 

     ป้าย 3 มิติแบบเรืองแสง

2.1     ป้ายบอกทางหนีไฟ ( Fire Exit )  ใช้เฉพาะช่องทางหนีไฟเท่านั้น

2.2     ป้ายทางออกฉุกเฉิน ( Emergency Exit ) ควรจัดเตรียมไว้

           รวมกระทั่งหน้าต่าง ที่สามารถออกไปได้

   

2.3     ป้ายทางเข้า-ออก ( Entrance - Exit )  ทางขึ้น-ลง

2.4     ป้ายบอกจุดติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน-ระงับอัคคีภัย และอุปกรณ์เตือนภัยต่าง อาทิ  เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ  

          (Fire Extinguisher), ตู้เก็บสายส่งน้ำดับเพลิง (Fire Hose Cabinet) ,

       จุดเปิดสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้  (Fire Alarm) ,  จุดติดตั้ง

       อุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ  เช่น รอกหนีไฟ ( Fire Escape Device ) ฯลฯ

 

2.5     ป้ายบอกชื่อห้อง หรือช่องทางต่างๆ ทุกช่อง  ทุกประตู รวมทั้งทางตัน ,

บริเวณอันตราย,ป้ายจุดรวมพล (Assembly Area) ,ป้ายกองบัญชาการแผนฉุกเฉิน (Emergency Response Room) ,  ป้ายจุดปลอดภัย (Safe Area) ของแผนก

2.6     ป้ายระบุ ห้ามใช้ลิฟท์ เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ติดไว้นอกลิฟท์

ทุกๆ โถงเข้าลิฟท์

2.7     ป้ายบอกความรุนแรงของสารไวไฟ, สารเคมี, สารกัมมันตรังสี, วัตถุมีพิษ ฯลฯ

2.8     ป้ายกฏระเบียบ  ข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติ  ป้ายจราจร, ป้ายรณรงค์ให้เกิดความปลอดภัย ฯลฯ

 

      ป้ายต่างๆเหล่านี้ จะต้องสามารถมองเห็นได้ชัดเจน

 ในระยะไกล หลายมุมมอง ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน

 

ao3-pic10.jpg

มีแผนฉุกเฉินและรายงานการฝึกปฏิบัติตามแผน

     ซึ่งจะต้องมีรายการดังต่อไปนี้

       3.1  แผนกำหนดบุคลากรและหน้าที่ตามแผนฉุกเฉิน  ( แบ่งเป็น 6 ทีม )

              จะต้องมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ โดยมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร  โดยระบุชื่อ (มิใช่เพียงตำแหน่ง) 

           ( ดูรายละเอียด A03  หน้า 12 )

       3.2  ขั้นตอนการปฏิบัติตามแผน     ( ดูรายละเอียด A03 หน้า 13 - 14 )

       3.3  เหตุการณ์สมมุติ ซึ่งมีข้อกำหนดแนบท้ายตัวอย่าง  (เอกสาร C01)

       3.4  สรุปประเมินผลการปฏิบัติตามแผน (เอกสาร A09)

       3.5  มีภาพถ่าย และ VDO การซ้อม

 

ระบบการบริหารเหตุฉุกเฉิน    Emergency Management System

(Incident Command System) 

ผู้ปฏิบัติงานคือ ทีมฉุกเฉิน” ERT  Emergency Response Team

 

ทีมบัญชาการ (Command)

 

 

ผู้บัญชาการแผนฉุกเฉิน (ผบ.แผน)

Incident Commander ( IC)

(สีน้ำเงิน)

----  CEO ของหน่วยงาน

----  วิศวกรความปลอดภัย

----  ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ

 

 

ผู้ช่วยผู้บัญชาการแผนฉุกเฉิน  1

ผู้ช่วย 1 ( Aide 1) (สีเขียว)

ผู้ช่วยผู้บัญชาการแผนฉุกเฉิน  2

ผู้ช่วย 2 ( Fire Marshal )(สีแดง)

ผู้ช่วยผู้บัญชาการแผนฉุกเฉิน  3

ผู้ช่วย 3 ( Aide 3) (สีเหลือง)

 

2. ทีมเช็คชีวิต ติดต่อ

Evacuation &Communication

 

:  จัดระบบตรวจสอบจำนวนคน  

   และภาวะอันตราย (Safety)

:  ประกาศส่งสัญญาณเตือนภัย

   (จาก บก.แผน)

:  แจ้งเจ้าหน้าที่ของรัฐตามคำ

   สั่ง IC, ประชาสัมพันธ์

   ( Public  Information )

:  ตรวจเช็คคนและอพยพไป

     จุดรวมพล

:  ดูแลการส่งต่อผู้ป่วย

    (Transportation)

: ชำระล้างสารอันตรา (Decon)

: สังคมสงเคราะห์ (Welfare)

 

( จำนวนคน 30 % )

 

 

3. ทีมช่างฉุกเฉิน

Engineer

 

: ควบคุมระบบไฟฟ้าและน้ำ

  ดับเพลิง  (Water &

   Electricity  Supply)

: ควบคุมก๊าซและสารอันตราย

  (Hazmat and gas  Control)

: รื้อถอน ทำลายสิ่งกีดขวาง

: เตรียมพร้อมเครื่องช่วยชีวิต

  (Rescue Tool)

  

( จำนวนคน 10 % )

 

 

 

 

5. ทีมเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน-กู้ชีพ

Resource & Medical

 

: ควบคุมเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน

  สำคัญที่ได้รับมอบหมาย และ

  สนับสนุนกำลังบำรุง(Logistics)

: จัดเตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาล

  และกู้ชีพ (Extrication)

: ปฐมพยาบาลผู้ประสบภัย

   (Treatment)

: ดูแลผู้ปฏิบัติงาน(Rehabilitation)  

 

( จำนวนคน 20 % )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

6. ทีมรักษาความสงบ-จราจร

Security & Traffic

 

:  ใช้เครื่องกั้น จัดการจราจรทั้ง

   คนทั้งรถ (Access Control )

:  เช็คผู้เข้าช่วยเหลือให้หยอด

   บัตรลงใน ERT Box

:  ป้องกันเหตุร้ายลักทรัพย์

   บุกรุก (Crime Scenes)

:  อำนวยความสะดวกให้หน่วย

   ช่วยเหลือ

:  ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

   ( Police Liaison)

 

( จำนวนคน 10 % )

 

4.ทีมดับเพลิง - กู้ภัย

Fire Fighting & Rescue

 

:  ดับเพลิงขั้นต้น และควบคุมเพลิง

   ปานกลาง ถึงรุนแรง โดยไม่เสี่ยง

     (Staging)

:  ประสานงานกับหน่วยดับเพลิงภาย

   นอก และหน่วยบรรเทาสาธารณภัย

:  ตรวจสอบและปฏิบัติการควบคุม

   สารอันตราย (Hazmat  Team)

 

( จำนวนคน 30 % )

 

ข้อกำหนดหน้าที่ของทีมบัญชาการ

ผบ.แผน ( มีมากกว่า 1 คน )

มีหน้าที่ใช้แผนฯ , ประกาศเลิกแผน ,อนุมัติค่าใช้จ่าย , ประธานในการแถลงข่าว

 

ผู้ช่วยฯ 1 – 2 – 3 (มีมากกว่า 1 คน)

มีหน้าที่รายงาน ผบ. , แก้ไขสถานการณ์ , ควบคุมการปฏิบัติงาน , สอบสวนสาเหตุ

ข้อกำหนดเรื่องสถานที่ตามแผนฉุกเฉิน

 

กองบัญชาการแผนฉุกเฉิน  บก.แผน (Emergency Response Room)

คือ สำนักงานในการบริหารแผนฉุกเฉิน หากไม่ สามารถปฏิบัติงานได้ ให้ย้ายไปจุดรวมพล เรียกว่า Command Post

 

จุดรวมพล Assembly Area  คือพื้นที่ที่ตรวจสอบหาผู้ติดค้าง เป็นพิ้นที่ปลอดภัยที่รองรับการอพยพ ของทั้งคนและทรัพย์สินได้

( ซึ่งควรมีมากกว่า 1 แต่ไม่เกิน 4 และใช้กรณีเกิดเหตุครั้งละจุดเดียวเท่านั้น)

 

จุดปลอดภัย  Safe Area คือจุดรองรับการอพยพเฉพาะ-หน่วยงาน  ก่อนประกาศแผนฉุกเฉิน จะต้องมีทุกส่วนงาน

 

หมายเหต  ผบ.แผน และ ผู้ช่วย ต้องมีมากกว่า 1 คน เพื่อสำรองไว้ปฎิบัติหน้าที่ได้ครอบคลุม   

                     ตลอด 24 ชั่วโมง  แต่ปฎิบัติหน้าที่เมื่อเกิดเหตุคราวละคนเดียวเท่านั้น

                     : ส่วนจำนวนคนในทีมต่างๆที่คิดเป็นร้อยละ  สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม 

                        และเมื่อปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบ เสร็จแล้ว  ให้ไปช่วยทีมอื่นๆ

                     : ERT คือ ทุกคนในหน่วยงานนั้นๆ ที่ได้รับการฝึก ให้สามารถรู้  เข้าใจ และมีประสบการณ์ในการดับไฟ Fire Service,

                        กู้ภัย Rescue Service,   กู้ชีพ Emergency Medical Service  โดยการจัดการที่เป็นระบบชัดเจน  บนกระบวนการคุณภาพ

                        ที่ใช้หลัก TQM   Total  Quality  Management

 

 

ผู้พบเหตุการณ์ร้องขอความช่วยเหลือ (แจ้งเหตุ)

 

เจ้าหน้าที่บริเวณที่เกิดเหตุ

 

แจ้ง บก.แผน (ERR)

เข้าระงับเหตุ

( ระวังอันตราย )

ประกาศแผนเป็นรหัส ให้รู้เพียงคนภายใน

ย้ายผู้ประสบภัยจากจุดเกิดเหตุ

ไปจุดปลอดภัย (Safe Area)

ERT Visit Singapore for Asia SHE  ผบ.แผนไปสู่ บก.แผน

ERT Visit Singapore for Asia SHE  ผู้ช่วย 2 (Fire Marshal) – ไปที่เกิดเหตุ

ERT Visit Singapore for Asia SHE ทีมดับเพลิง-กู้ภัย  เข้าระงับเหตุ

ERT Visit Singapore for Asia SHE ช่างฉุกเฉินตัดไฟจ่ายน้ำ-ควบคุมก๊าซ &สารเคมี

ERT Visit Singapore for Asia SHE รักษาความสงบ/จราจรปฏิบัติการ

ERT Visit Singapore for Asia SHE  ผู้ช่วย. 1ตรวจรายชื่อผู้ที่อยู่ในพื้นที่อันตราย,  ตรวจสอบการ

    ทำงานทีมเช็คชีวิต-ติดต่อ และทีมช่างฉุกเฉิน ,  เตรียมยานพาหนะ

    เพื่อส่งต่อ

 

-  ผู้ช่วย 3ตรวจความพร้อมย้ายทรัพย์สินและอุปกรณ์กู้ชีพ

- เช็คชีวิตติดต่อย้ายคนที่จุดเกิดเหตุ(ถ้ามี)สู่จุดปลอดภัย-  

   เตรียมย้ายคนพื้นที่อันตราย

-  เคลื่อนย้ายฯ-กู้ชีพเตรียมพร้อมย้ายทรัพย์สินสำคัญที่ได้

   รับมอบหมาย  และอุปกรณ์กู้ชีพ

 

เพลิงสงบ

ประกาศยกเลิกแผน

เพลิงลุกลาม  (แผนฉุกเฉิน)

 

Fire Marshal เสนอใช้แผนฉุกเฉิน >>> ผบ.แผน – ออกคำสั่งใช้แผนฯ >>>  ประกาศใช้แผนฉุกเฉิน

 

จนท.บก.แผน

-  แจ้งหน่วยดับพลิง

- แจ้งผู้บริหาร

- แจ้งองค์กร

  เครือข่าย

- เตรียมโยกย้าย

  บก.แผนไปจุด

  รวมพล เพื่อ

  ปฎิบัติงานได้

  คล่องตัวขึ้น

เช็คชีวิต-ติดต่อ

- เคลื่อนย้ายผู้ป่วย

- อพยพคนไปที่จุดรวม

  พล แล้วส่งต่อผู้ป่วย

- ตรวจสอบผู้ที่อาจติด

  ค้างในอาคาร แล้วทำ

  เครื่องหมาย

- นำบัตรจาก ERT Box

  มาตรวจสอบ

- เช็คจำนวนคนที่จุด

รวมพล  และผู้ส่งต่อ

- รายงาน ผู้วย 1

ช่างฉุกเฉิน

- ควบคุมไฟฟ้าทั้งหมด- สนับสนุนน้ำในการ

  ดับเพลิง

- ทำลายสิ่งกีดขวาง

- เตรียมเครื่องมือช่วย

  ชีวิต

- รายงานผู้ช่วย 1

ดับเพลิง-กู้ภัย

- ปะทะยัยั้งไฟ

  รอกำลังเสริม

  จากหน่วยช่วย

  เหลือภายนอก

- นำทางและให้

  ข้อมูลกับหน่วย

  ช่วยเหลือ

- รายงานผู้ช่วย 2

เคลื่อนย้ายฯ-กู้ชีพ

- เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน

สำคัญที่ได้รับมอบหมาย

- เตรียมการปฐม

พยาบาล

- รอคำสั่งเข้าค้นหาผู้ติด

ค้าง (ถ้ามี) และไม่เสี่ยง

- รายงานผู้ช่วย 3

รักษาความสงบ-จราจร

- จัดระบบจราจรทั้งภาย

   ใน และภายนอก

- อำนวยความสะดวกให้

  หน่วยช่วยเหลือ

- ตรวจสอบคนเข้า-ออก

- ดูแลทรัพย์สิน 

  ที่เคลื่อนย้ายมา

- ประสานงานกับตำรวจ

เพลิงสงบ

 

ประกาศเป็นเขตอันตราย  >>>  ตั้งกรรมการสอบสวน  >>>  ฟื้นฟู   >>>  ปรับปรุงพื้นที่

ผู้พบเหตุ ร้องขอความช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่บริเวณที่เกิดเหตุ

ช่วยผู้บาดเจ็บ อพยพคน

ไปจุดปลอดภัย

แจ้ง ..แผน เหตุรุนแรงฉุกเฉิน

ดับไฟ - ควบคุมพื้นที่อันตราย

ประกาศกระจายเสียงเหตุรุนแรงฉุกเฉิน

ด้วยข้อความโปรดทราบๆ ขณะนี้เกิดเหตุ…………..ที่………………ขอให้ทุกท่าน

ใช้ความระมัดระวัง” (ประกาศไม่ต่ำกว่า 6 ครั้งห่างกันไม่เกิน 3 วินาที

Dr.Suvit's Statement

ผบ.แผน

ERT Visit Singapore for Asia SHE ไปจุดเกิดเหตุ รีบออกคำสั่งใช้แผนฉุกเฉิน (ถ้าจำเป็น)

Dr.Suvit's Statement

ผู้ช่วย 2 Fire Marshal

ERT Visit Singapore for Asia SHE ไปจุดเกิดเหตุควบคุมสถานการณ์  พร้อมทีมดับเพลิงและกู้ภัยสารอันตราย

Dr.Suvit's Statement

ทีมดับเพลิง-กู้ภัย

ERT Visit Singapore for Asia SHE เข้าระงับเหตุ หากพบผู้ประสบภัยให้ช่วยเหลือก่อน  แล้วส่งมอบให้กู้ชีพ,

ERT Visit Singapore for Asia SHE ประสานงานกับหน่วยดับเพลิงและกู้ภัยภายนอก   ป้องกันสารอันตราย

Dr.Suvit's Statement

ผู้ช่วย 1

ERT Visit Singapore for Asia SHE เข้าพื้นที่อันตรายต่อเนื่องจากจุดเกิดเหตุ ที่จำเป็นต้องอพยพผู้ป่วย

ERT Visit Singapore for Asia SHE ควบคุม ประสานงาน

ERT Visit Singapore for Asia SHE ตรวจสอบการปฏิบัติการ ทีมเช็คชีวิต-ติดต่อ และทีมช่างฉุกเฉิน

Dr.Suvit's Statement

เช็คชีวิต-ติดต่อ

ERT Visit Singapore for Asia SHE เจ้าหน้าที่ บก.แผน ย้าย บก.แผน ไปที่จุดรวมพลที่ประกาศ,

ERT Visit Singapore for Asia SHE ขอความช่วยเหลือจากดับเพลิง, โรงพยาบาลเครือข่าย, หน่วยกู้ภัย, ตำรวจ ฯลฯ

ERT Visit Singapore for Asia SHE ย้ายผู้ป่วย (Patient), เจ้าหน้าที่,   ญาติ  ไปจุดรวมพล ส่งต่อผู้ป่วยหนัก

ERT Visit Singapore for Asia SHE ตรวจสอบหาผู้ติดค้าง รวบรวมรายชื่อผู้ถูกส่งต่อ , สังคมสงเคราะห์

Dr.Suvit's Statement

ช่างฉุกเฉิน

ERT Visit Singapore for Asia SHE ตัดกระแสไฟ, จ่ายน้ำ, ควบคุมก๊าซ-สารอันตราย, ควบคุมวัตถุเชื้อเพลิง, สนับสนุนเครื่องมือ

Dr.Suvit's Statement

ผู้ช่วย 3

ERT Visit Singapore for Asia SHE ควบคุมทีมกู้ชีพพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตไปจุดรวมพล  ประสานงานกับหน่วยกู้ชีพภายนอก

ERT Visit Singapore for Asia SHE ย้ายผู้ประสบภัย (Casualty) , ตรวจสอบการปฏิบัติงานทีมรักษาความสงบ-จราจร

Dr.Suvit's Statement

เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน - กู้ชีพ

ERT Visit Singapore for Asia SHE ย้ายทรัพย์สินสำคัญที่ได้รับมอบหมาย และอุปกรณ์ช่วยชีวิต

ERT Visit Singapore for Asia SHE จัดพื้นที่ปฐมพยาบาล และปฐมพยาบาลผู้ประสบภัย ( First aid Post)

ERT Visit Singapore for Asia SHE รอคำสั่งเข้าช่วยเหลือผู้ติดค้าง (ถ้ามี) โดยไม่เสี่ยง

ERT Visit Singapore for Asia SHE ดูแลผู้ปฏิบัติงาน (Rehab)

Dr.Suvit's Statement

รักษาความสงบ-จราจร

ERT Visit Singapore for Asia SHE จัดกั้นบริเวณพื้นที่อันตราย Access Control ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องผ่าน  

ERT Visit Singapore for Asia SHE จัดการจราจร, ป้องกันการบุกรุก  อำนวยความสะดวกให้หน่วยช่วยเหลือ

 

INDEX
<< [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] >>